อาทิตยา ธีราทิตยกุล
บทที่ 1
บทนำ
1.ความเป็นมาและสภาพปัญหา[1]
ในท่ามกลางการพัฒนาและการบริหารประเทศให้ดำเนินไปอย่างไม่หยุดหยั่ง โดยเฉพาะ การพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันโลกยุโลกาภิวัตน์ (Globalization) อันการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายในที่ส่งผลกระทบต่อบุคคล องค์กรและหน่วยงานอื่นๆ ทั้งนี้โดยความอาศัยความรู้ ความสามารถ ความรอบคอบ ความระมัดระวัง อย่างยิ่งสำหรับบริหารประเทศ ในการกำหนดแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน ดังนั้นในการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจ
การเปลี่ยนแปลงในเรื่องเศรษฐกิจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีความอ่อนไหวมาก ขาดไร้ซึ่งความมั่นคง ดังนั้นในการเปลี่ยนแปลงจึงมีทั่งที่เป็นผลดีกับประเทศชาติและด้านที่เป็นผลร้าย สำหรับด้านผลร้ายการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลดีมากขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่พึ่งกระทำเป็นอย่างยิ่ง ดังจะกล่าวถึงบทบาทของกฎหมายล้มละลายที่มีกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ กฎหมายล้มละลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเกี่ยวกับเศรษฐกิจ สมัยที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจไอเอ็มเอฟ จึงใช้กฎหมายล้มละลายในการบังคับคดี
กฎหมายล้มละลายเกิดจากการแก้ปัญหาการชำระหนี้ไม่ได้ ฝ่ายเจ้าหนี้ทั้งหลายจึงเกิดการแย่งชิงเอาทรัพย์ของลูกหนี้เพื่อให้ไดชำระหนี้ของตนเพียงลำพัง เมื่อเจ้าหนี้คนอื่นมาแย่งกันก็อาจเกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกัน ดังนั้นจึงต้องมีกฎหมายออกมาเพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมในการรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้โดยเสมอภาคกัน คือวัตถุประสงค์ให้เจ้าหนี้ทุกคนได้รับชำระหนี้ตามอำนาจแห่งมูลหนี้ที่เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้
ขณะเดียวกันลูกหนี้ที่มีหนี้สินเยอะจึงมีปัญหาในเรื่องการเงินที่ทำมาหาได้ทั้งหมดก็ถูกบังคับใช้หนี้และไม่สามารถใช้หนี้ได้หมดเพราะมีหนี้สินล้นพ้นตัว สร้างความลำบากให้กับครอบครัวกฎมายล้มละลายจึงเป็นทางแก้ปัญหา เป็นการเยียวยาว่าทำอย่างไรจึงทำให้หนี้หายไป ดังเหตุที่มีกฎหมายล้มละลายเพราะจะทำให้มีความไม่สงบในสังคมหากปล่อยไว้จะลุกลามเป็นปัญหาสังคมรัฐจึงเข้ามาจัดการสำหรับการล้มละลาย ปัญหานี้คือ ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของตนในหนี้สินล้นพ้นตัวนั้นได้ ลูกหนี้ทำงานเท่าไหร่ไปจ่ายดอกเบี้ยหมด รัฐจึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาให้ลูกหนี้ที่ไม่มีความทุจริต มีกฎหมายล้มละลายไปดูแล เพราะถ้าลูกหนี้ไม่ทำงานอ้างว่าเจ้าหนี้เอาไปหมดก็จะเกิดปัญหาในครอบครัวขาดรายได้ จี้ปล้นเกิดปัญหาสังคม อาชญากรรม
นอกจากนี้ยังมีปัญหาตัวเจ้าหนี้ด้วย แย่งชิงกันบังคับชำระหนี้กับลูกหนี้ ถ้าต่างฝ่ายต่างมีอิทธิพลไม่ยอมกัน เกิดปัญหาสังคม อาชญากรรม กฎหมายล้มละลายทำให้เจ้าหนี้ทุกรายได้รับชำระหนี้เท่าเทียมกัน ไม่ให้คนใดคนหนึ่งรับชำระหนี้ก่อน
2.สมมติฐาน
ในมาตรการป้องกันการล้มละลายมามารถช่วยเพื่อเราจะได้ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษามาในการใช้ให้เกิดประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของกฎหมายล้มละลายในส่วนของการฟื้นฟูกิจการและเรื่องสภาวะการพักชำระหนี้
3.วัตถุประสงค์
เป็นการศึกษาปัญหาทางกฎหมายล้มละลายในส่วนของการฟื้นฟูกิจการ
3.1 ปัญหาทางกฎหมายในการป้องกันการล้มละลาย เรื่อง แนวคิดในการฟื้นฟูกิจการ
3.2 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับแนวคิดในการฟื้นฟูกิจการ
3.3 กฎหมายและมาตรการการป้องกันการล้มละลายแนวคิดในการฟื้นฟูกิจการ ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศไทย
บทนำ
1.ความเป็นมาและสภาพปัญหา[1]
ในท่ามกลางการพัฒนาและการบริหารประเทศให้ดำเนินไปอย่างไม่หยุดหยั่ง โดยเฉพาะ การพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันโลกยุโลกาภิวัตน์ (Globalization) อันการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายในที่ส่งผลกระทบต่อบุคคล องค์กรและหน่วยงานอื่นๆ ทั้งนี้โดยความอาศัยความรู้ ความสามารถ ความรอบคอบ ความระมัดระวัง อย่างยิ่งสำหรับบริหารประเทศ ในการกำหนดแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน ดังนั้นในการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจ
การเปลี่ยนแปลงในเรื่องเศรษฐกิจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีความอ่อนไหวมาก ขาดไร้ซึ่งความมั่นคง ดังนั้นในการเปลี่ยนแปลงจึงมีทั่งที่เป็นผลดีกับประเทศชาติและด้านที่เป็นผลร้าย สำหรับด้านผลร้ายการแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้ได้ผลดีมากขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่พึ่งกระทำเป็นอย่างยิ่ง ดังจะกล่าวถึงบทบาทของกฎหมายล้มละลายที่มีกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ กฎหมายล้มละลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเกี่ยวกับเศรษฐกิจ สมัยที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจไอเอ็มเอฟ จึงใช้กฎหมายล้มละลายในการบังคับคดี
กฎหมายล้มละลายเกิดจากการแก้ปัญหาการชำระหนี้ไม่ได้ ฝ่ายเจ้าหนี้ทั้งหลายจึงเกิดการแย่งชิงเอาทรัพย์ของลูกหนี้เพื่อให้ไดชำระหนี้ของตนเพียงลำพัง เมื่อเจ้าหนี้คนอื่นมาแย่งกันก็อาจเกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกัน ดังนั้นจึงต้องมีกฎหมายออกมาเพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมในการรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้โดยเสมอภาคกัน คือวัตถุประสงค์ให้เจ้าหนี้ทุกคนได้รับชำระหนี้ตามอำนาจแห่งมูลหนี้ที่เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้
ขณะเดียวกันลูกหนี้ที่มีหนี้สินเยอะจึงมีปัญหาในเรื่องการเงินที่ทำมาหาได้ทั้งหมดก็ถูกบังคับใช้หนี้และไม่สามารถใช้หนี้ได้หมดเพราะมีหนี้สินล้นพ้นตัว สร้างความลำบากให้กับครอบครัวกฎมายล้มละลายจึงเป็นทางแก้ปัญหา เป็นการเยียวยาว่าทำอย่างไรจึงทำให้หนี้หายไป ดังเหตุที่มีกฎหมายล้มละลายเพราะจะทำให้มีความไม่สงบในสังคมหากปล่อยไว้จะลุกลามเป็นปัญหาสังคมรัฐจึงเข้ามาจัดการสำหรับการล้มละลาย ปัญหานี้คือ ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของตนในหนี้สินล้นพ้นตัวนั้นได้ ลูกหนี้ทำงานเท่าไหร่ไปจ่ายดอกเบี้ยหมด รัฐจึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาให้ลูกหนี้ที่ไม่มีความทุจริต มีกฎหมายล้มละลายไปดูแล เพราะถ้าลูกหนี้ไม่ทำงานอ้างว่าเจ้าหนี้เอาไปหมดก็จะเกิดปัญหาในครอบครัวขาดรายได้ จี้ปล้นเกิดปัญหาสังคม อาชญากรรม
นอกจากนี้ยังมีปัญหาตัวเจ้าหนี้ด้วย แย่งชิงกันบังคับชำระหนี้กับลูกหนี้ ถ้าต่างฝ่ายต่างมีอิทธิพลไม่ยอมกัน เกิดปัญหาสังคม อาชญากรรม กฎหมายล้มละลายทำให้เจ้าหนี้ทุกรายได้รับชำระหนี้เท่าเทียมกัน ไม่ให้คนใดคนหนึ่งรับชำระหนี้ก่อน
2.สมมติฐาน
ในมาตรการป้องกันการล้มละลายมามารถช่วยเพื่อเราจะได้ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษามาในการใช้ให้เกิดประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของกฎหมายล้มละลายในส่วนของการฟื้นฟูกิจการและเรื่องสภาวะการพักชำระหนี้
3.วัตถุประสงค์
เป็นการศึกษาปัญหาทางกฎหมายล้มละลายในส่วนของการฟื้นฟูกิจการ
3.1 ปัญหาทางกฎหมายในการป้องกันการล้มละลาย เรื่อง แนวคิดในการฟื้นฟูกิจการ
3.2 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวกับแนวคิดในการฟื้นฟูกิจการ
3.3 กฎหมายและมาตรการการป้องกันการล้มละลายแนวคิดในการฟื้นฟูกิจการ ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศไทย
3.4 วิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมายและอุปสรรคในการล้มละลายในส่วนการฟื้นฟูกิจการศึกษาเรื่องของการพักชำระหนี้
3.4 ปัญหาทางกฎหมายและอุปสรรคในการฟื้นฟูกิจการในส่วนของการพักชำระหนี้
4.ขอบเขต
เป็นการศึกษาถึงวิวัฒนาการ ทฤษฎี และแนวคิดเกี่ยวกันกฎหมายล้มละลาย ระบบกฎหมายล้มละลายของประเทศต่าง อาทิเช่น ประเทศฝรั่งเศส ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นต้น และของประเทศไทย ความสำคัญของกฎหมายล้มละลายในทางเศรษฐกิจ ตลอดจนกฎหมายว่าด้วยกาฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ โดยเน้นการจัดรูปแบบองค์กรที่เข้ามาบริหารในขบวนการล้มละลายให้มีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้และลูกหนี้
5.วิธีการดำเนิน
วิธีการในการดำเนินการวิจัยเป็นการศึกษา จากเอกสารและการเอกสารอิเล็กทรอนิคส์ และการเข้ารับฟังการบรรยายในการเรียนการสอนกระบวนวิชากฎหมายล้มละลายเปรียบเทียบ เรื่อง การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามกฎหมายล้มละลายของไทยและความสำคัญของกฎหมายล้มละลายในทาง กฎหมายล้มละลายและการฟื้นฟูกิจการของประเทศ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา การล้มละลายข้ามพรมแดน และการฟื้นฟูกิการตามคำพิพากษาศาลฎีกา แนวความคิดของกฎหมายล้มละลาย การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามกฎหมายล้มละลายของไทย
6.ประโยชน์ที่คาดว่าน่าจะได้รับ
เพื่อเราจะได้ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษามาในการใช้ให้เกิดประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ประโยชน์ที่คาดว่าน่าจะได้รับจากการศึกษาทราบวิวัฒนาการ ทฤษฏี และแนวคิดเกี่ยวกับกฎหมายล้มละลาย ตาม วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมเพื่อทราบถึงกฎหมายล้มละลายของประเทศต่าง ๆ เปรียบเทียบกับประเทศไทย และเข้าใจความสำคัญของกฎหมายล้มละลายในทางเศรษฐกิจ และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และเข้าใจความสำคัญของการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ในทางเศรษฐกิจ สุดท้ายเพื่อความเข้าใจการจัดการรูปแบบองค์กรที่เข้ามาริหารในขบวนการล้มละลายให้มีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์เจ้าหนี้และลูกหนี้ ประโยชน์ของลูกหนี้จากการฟื้นฟูกิจการ[2]วัตถุประสงค์ของการฟื้นฟูกิจการการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาองค์กรทางธุรกิจไว้ เพื่อให้กิจการของลูกหนี้ดำเนินการต่อไปได้ เเละเพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้อย่างเท่าเทียมกัน การฟื้นฟูกิจการจึงเป็นการทำเพื่อประโยชน์เเก่ลูกหนี้ เเละเจ้าหนี้ทั้งหลาย การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการโดยผู้ร้องขอฟื้นฟูกิจการนั้น จึงถือว่าเป็นการกระทำเเทนบุคคลอื่นด้วย
บทที่ 2
แนวคิดและทฤษฎี
1.ลักษณะและบทบาทของกฎหมายล้มละลายที่มีต่อระบบเศรษฐกิจ[3]
1.ลักษณะของกฎหมายล้มละลาย
กฎหมายล้มละลายมีลักษณะเป็นกฎหมายมหาชนทางเศรษฐกิจ (Public Economic Law) เพราะเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐผ่านกระบวนการยุติธรรมทั้งทางแพ่งและทางอาญาในการจัดการกับลูกหนี้ที่มีอยู่ในสภาวะมีหนี้สินล้นพ้นตัว (Insolvent) เพราะมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน หรือจัดการกับลูกหนี้ที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย (Bankrupt)
2.บทบาทของกฎหมายล้มละลายที่มีต่อระบบเศรษฐกิจ
การทีบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัวโดยไม่มีกฎหมายเข้ามาควบคุม กำกับดูแลไว้โดยเฉพาะ เขาย่อมก่อหนี้ต่อไปได้อย่างต่อเนื่องเสมือนดินพอกหางหมู และย่อมมีผลกระทบต่อบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายอย่างไม่มีที่สินสุด กรณีย่อมมีผลกระทบต่อสาธารณชนและมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม เพราะการล้มละลายของบุคคลอาจรุกลามทำให้สถาบันโดยรวมล้มละลายได้ง่าย อาจก่อให้เกิดปฎิกิริยาลูกโซ่หรืออาจเกิดทฤษฎีโดมิโน (Dominoism) ต่อระบบเศรษฐกิจหรือสถาบันทางเศรษฐกิจได้โดยง่าย เช่นกรณีของสถาบันการเงินบางแห่ง เป็นต้น
2.วัตถุประสงค์กฎหมายล้มละลาย[4]
1.ให้เจ้าหนี้แต่ละรายได้รับชำระหนี้สินอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกันในการแบ่งเฉลี่ยทรัพย์สินของลูกหนี้ให้ได้รับชำระหนี้ให้ได้มากที่สุด รวดเร็วเท่าที่จะทำได้ มิฉะนั้น เจ้าหนี้อาจจะล้มละลายตาม เกิดปัญหาสังคมอีก
2.เพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาและเพื่อดำเนินการสะสางหนี้สินให้แก่บรรดาเจ้าหนี้ในการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
3.เพื่อให้ลูกหนี้สุจริต มีโอกาส ได้รับการปลดหนี้ สินโดยเร็วและอาจสามารถได้เริ่มต้นชีวิตได้ใหม่
4.เพื่อป้องกันมิให้ลูกหนี้ก่อหนี้สินอีกต่อไปโดยจัดให้ลูกหนี้นั้นเป็นบุคคลล้มละลายไม่อาจใช้สิทธิของตนได้เท่าเทียมกับบุคคลอื่น
5.เพื่อคุ้มครองและป้องกันสังคมมิให้เกิดความเสียหายจากการที่บุคคลล้มละลายอาจก่อหนี้สินต่อไปอีก
3. ประวัติกฎหมายล้มละลายประเทศไทย[5]
กฎหมายไทยมีที่มาจากคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ และในการศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายจำต้องอาศัยพระราชปรารภในกฎหมายและตัวบทกฎหมายประกอบ ซึ่งกฎหมายล้มละลายของไทยในปัจจุบันมีที่มาจากกฎหมายลักษณะกู้หนี้ หรือ “พระไอยการลักษณะกู้หนี้” ใช้ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงรัชการที่ 1 และพระองค์ท่านทรงพระราชทานให้อาลักษณ์รวม ชำระสะสาง เป็นกฎหมายตราสามดวงและใช้บังคับเรื่อยมาจนถึงรัชการที่ 5
ในคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ที่จารึกเป็นภาษาบาลีว่า “อิณณกิยา ญาติญาติ อิณณกิยา มิตตมิตตา อิณณกิยา” หมายความว่า “บิดา มารดากู้ทรัพย์แก่บุตร บุตรกู้ทรัพย์แก่บิดามารดาบุตรต่อบุตรกู้ทรัพย์ต่อกัน ญาติต่อญาติกู้ทรัพย์ต่อกัน มิตรต่อมิตรกู้ทรัพย์กัน” สมเด็จบรมพระบาทเจ้ามหาจักรพรรดิราชาธิราชรามาธิบดีศรีสนิทรนรินทรบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัว ทรงตรา พระราชบัญญัติลักษณะกู้หนี้ในปีชวด เดือนสิบเบ็ด ขึ้นเก้าค่ำ ศุภมัศดุ 1278 จำนวน 13 ลักษณะ ดังนี้
1.ลักษณะสัมพันธ์ญาติมิตรสนิทและห่างขายและกู้หนี้ยืมสีนกัน(ตอน 1-8)
2.กรณีประชาชนกู้ยืมกันและลักษณะผัวเมียกู้ยืมด้วยกันโดยรู้หรือไม่รู้หรือฝ่ายใดตาย (ตอน 9-19)
3.ลักษณะกู้หนี้ยืมสีนกันและเอาชื่อผู้อื่นเข้าในกรมทัน
4.ลักษณะกู้หนี้ถือสีนกันเข้าชื่อในหลายคน
5.ลักษณะกู้หนี้ถือสีนกัน เอาชื่อทาสใส่ในกรมทันหรือให้ทาสท่านกู้
6.ลักษณะกู้หนี้ท่าน ยังมิทันใช้ ลูกหนี้ซึ่งมีชื่อในกรมตาย
7.ลักษณะกู้หนี้ถือสีนกันและเอาต้นเป็นดอก
8.ลักษณะกู้หนี้ถือสีนกันละเจ้าหนี้ยื้อชักตีด่าลูกหนี้ได้
9.ลักษณะกู้หนี้ถือสีนกันและมีผู้ค้ำประกัน และผู้นำถาม
10.ลักษณะจำนำและทอดเงิน ทอดเข้าไว้แก่กันเป็นดอก
11.ลักษณะกู้หนี้ถือสีนหลายแห่งสีนล้นพ้นตัว
12.ลักษณะกู้หนี้ยืมสีนและต่อสู้เจ้าหนี้ได้
13.ลักษณะกู้หนี้ยืมสีนเป็นปะกิณะกะเรี่ยราย
สำหรับในการปฎิบัติและบังคับตามสัญญานั้น ร.แลงกาต์ ผู้ศึกษาค้นคว้ากฎหมายโบราณของไทยโดยเฉพาะสมัยกรุงศรีอยุธยาสืบเนื่องถึงกฎหมายช่วงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ได้อธิบายไว้อย่างพิสดารในบทที่ 4 หนังสือประวัติศาสตร์กฎหมายไทยเล่ม 2 ในบทนี้จะพิจารณาโดยลำดับไป 3 ข้อ ดังนี้
1.บทบัญญัติที่เกี่ยวกับการปฎิบัติตามสัญญาด้วยความสมัครใจ
2.วิธีบังคับลูกหนี้ตามกฎหมายเก่า เมื่อลูกหนี้ไม่ยอมปฎิบัติตามสัญญา
3.กรณีที่เจ้าหนี้บังคับให้ลูกหนี้ปฎิบัติการชำระหนี้ไม่ได้
ประวัติกฎหมายล้มละลายของประเทศไทย มีวิวัฒนาการมาเป็นเวลายาวนานนับเนื่องถึงปัจจุบัน มีการใช้กฎหมายดังกล่าวมาแล้วรวม 5 ฉบับ คือ
1.กฎหมายลักษณะกู้หนี้ ศักราช 1278 (พ.ศ.2192)
2.พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมลักษณะกู้หนี้ยืมสิน รศ.110 (พ.ศ.2434)
3.พ.ร.บ.ล้มละลาย รศ.127 (พ.ศ.2451)
4.พ.ร.บ.ล้มละลาย รศ.130 (พ.ศ.2454)
5.พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 (ฉบับปัจจุบัน) และได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้ว นับถึงปัจจุบัน รวม 6 ครั้ง คือ
5.1. พ.ร.บ.ล้มละลาย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2511
5.2.พ.ร.บ.ล้มละลาย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2526
5.3.พ.ร.บ.ล้มละลาย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2541
5.4.พ.ร.บ.ล้มละลาย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2541
5.5.พ.ร.บ.ล้มละลาย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2543
5.6.พ.ร.บ.ล้มละลาย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2547
โดยมีวัตถุประสงค์ในการแก้ไขเพิ่มเติมและสาระสำคัญที่แก้ไขเพิ่มเติมตามที่ปรากฏในหมายเหตุของแต่ละพระราชบัญญัติ
4.แนวคิดในการฟื้นฟูกิจการ
การฟื้นฟูกิจการในคดีล้มละลาย ข้อดีของการฟื้นฟูกิจการเปรียบเทียบกับกาล้มละลายและการบังคับชำระหนี้ การฟื้นฟูกิจการหรือการปรับโครงสร้างกิจการ (Reorganisation) เป็นกระบวนการที่ใช้สำหรับแก้ไขปัญหาในกรณีที่กิจการประสบปัญหาด้านการเงินและมีลักษณะที่มีหนี้สนล้นพ้นตัว (Insovent) แต่เดิมแนวความคิดของการจัดการกิจการประเภทนี้จะมุ่งเน้นไปในแง่ของการชำระบัญชีโดยกระบวนการล้มละลาย เพราะถือว่าเป็นมาตราการที่ดีที่สุดในความเห็นของคนระยะหนึ่ง[6]
ประวัติความเป็นมากองทุนจัดตั้งขึ้นตามพระราชกำหนดแก้ไขพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2528 โดยมีเจตนารมณ์เพื่อดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือในทางการเงินเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินให้มีความมั่นคงและเสถียรภาพ โดยเฉพาะเมื่อมีวิกฤตการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในระบบสถาบันการเงิน ภายใต้กรอบนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยและรัฐบาล รวมถึงการให้ประกันความเสียหาย และการให้ความช่วยเหลือทางการเงินตามสมควรแก่กรณีสำหรับผู้ฝากเงินของสถาบันการเงิน เนื่องจากสถาบันการเงินประสบวิกฤตการณ์ทางการเงินอย่างร้ายแรง การบริหารจัดการทรัพย์สิน หนี้สิน และพันธบัตรกองทุน การกำกับดูแลการจัดการด้านนโยบายบริหารสินทรัพย์ และสถาบันการเงินที่กองทุนเป็นผู้ถือหุ้น ตลอดจนดำเนินการเพื่อเรียกเก็บหนี้ บังคับชำระหนี้ และหลักประกันในส่วนที่บุคคลภายนอกเป็นหนี้กองทุน ศึกษาและเตรียมการจัดตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
สถานะของกองทุน กองทุนมีฐานะทั้งเป็นส่วนหนึ่งและเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในส่วนของการบริหารงานกองทุนเป็นฝ่ายหนึ่งของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยสายจัดการกองทุนทำหน้าที่ในการบริหารภายใต้กรอบของคณะกรรมการจัดการกองทุน มีการจัดทำบัญชีและงบประมาณเป็นของกองทุนเอง และมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจบัญชี โดยได้รายงานผลการสอบบัญชีนั้นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และแจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อทราบ
การบริหารกองทุนบริหารงานโดยคณะกรรมการจัดการกองทุน ซึ่งประกอบด้วย ผู้ว่าการ ธปท.เป็นประธาน และปลัดกระทรวงการคลังเป็นรองประธานโดยตำแหน่ง และมีกรรมการอื่นแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีกไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 9 คน ปัจจุบันคณะกรรมการจัดการกองทุนมีกรรมการทั้งสิ้น 9 คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย 3 คน กระทรวงการคลัง 3 คน สำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แห่งละ 1 คน โดยมีผู้อำนวยการอาวุโส สายจัดการกองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการ และดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการกองทุนด้วย[7]
บทที่ 3
หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
1.กฏหมายล้มละลายของไทย
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นกฏหมายที่ได้กำหนดกระบวนการล้มละลายอย่างเป็นทางการ และได้รับการแก้ไขในเวลาต่อมา โดยพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับที่ 4 พ.ศ. 2541 โดยได้เพิ่มกระบวนการฟื้นฟูกิจการเข้ามาให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการจัดการทรัพย์สินลูกหนี้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว นอกเหนือจากการบังคับให้ล้มละลาย
กฏหมายล้มละลายในส่วนที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของไทยบัญญัติในมาตรา 90/1 ในมาตรา ลูกหนี้ หมายความว่า ลูกหนี้ที่เป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นที่กำหนดไว้ในกฏกระทรวง ซึ่งต่างจากกฏหมายล้มละลายที่ลูกหนี้ที่จะถูกฟ้องล้มละลายได้มีทั้งลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลทุกประเภท
Ø เงื่อนไขเพื่อเข้ารับการฟื้นฟูกิจการ
1. ลูกหนี้ต้องเป็นบริษัท จำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นใด
2. ลุกหนี้ต้องมีหนี้สินล้นพ้นตัว
3. ลุกหนี้ต้องมีหนี้ทั้งหมดในจำนวนที่แน่นอนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
Ø การเริ่มกระบวนการฟื้นฟูกิจการ
การเริ่มกระบวนการฟื้นฟูกิจการกระทำได้โดยมีการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลาย โดยศาลอาจมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการตามที่ร้องของ เมื่อศาลเห็นว่ามีเหตุผลสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ทั้งนี้ กระบวนการฟื้นฟูกิจการถือเป็นการให้โอกาสแก่ลูกหนี้ที่หนี้สินล้นพ้นตัว หากแต่ยังมีศักยภาพทางธุรกิจที่ดีอยู่ ไม่ให้ถูกพิทักษ์ทรัพย์และขณะเดียวกันก็รักษาธุรกิจของตนไว้ และเพื่อดำเนินการให้กระบวนการฟื้นฟูกิจการประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ในหลักกฏหมายมาตรา ๙๐/๑๒ ที่ส่งเสริมไม่ให้ลูกหนี้ที่ไม่สุจริตใช้กฏหมายมาเป็นเครื่องมือ ยื้อเวลาไม่ให้ถูกยึดทรัพย์ ไม่ให้ถูกฟ้องคดี ไม่ให้ทรัพย์สินของตนถูกขายทอดตลาด มีหลักการที่เรียกว่า คือ สภาวะพักการชำระหนี้
เมื่อกิจการลูกหนี้ตกอยู่ในสภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวหรืออยู่ในสภาวะที่ต้องการจะฟื้นฟู กิจการอันเป็นเหตุที่จะร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการตามกฏหมายได้แล้ว การยื่นคำร้องของต่อศาลตามกฏหมายย่อมจะก่อให้เกิดผลที่ว่าเจ้าหนี้จะฟ้องร้องดำเนินคดีใด ๆ ไม่ว่าในทางแพ่งหรือล้มละลายรวมไปถึงการบังคับคดีไม่ได้ ในบางประเทศยังรวมไปถึงการห้ามมิให้หน่วยงานที่ให้บริการทางสาธารณูปโภคหยุดการให้บริการอีกด้วย หลักการนี้บัญญัติเป็นที่ยอมรับกันในกฏหมายต่างประเทศแล้ว เช่น ใน บทที่ 3 ของสหรัฐอเมริกา เซกชั่นที่ 11 ของ อินซอลเว้นซี่ แอ๊ค 1986 ของอังกฤษ และใน เซ็กชั่น 227 ของ คอมปะนีแอ๊ค ของสิงคโปร์
Ø การหยุดพักบังคับชำระหนี้ชั่วคราว
การหยุดพักบังคับชำระหนี้ชั่วคราว มีผลบังคับทันทีนักแต่มีการยื่นคำขอให้ลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลายไม่ว่าจะเป็นการยื่นคำขอให้ลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลายโดยสมัครใจหรือไม่ก็ตาม การหยุดพักบังคับชำระหนี้ป็นมาตรการที่สำคัญมากในกระบวนการของกฏหมายล้มละลาย จุดมุ่งหมายของการให้มีสภาพหยุดพักบังคับชำระหนี้คือเพื่อให้เจ้าหนี้ทุกรายได้รับความเท่าเที่ยวกันและเป็นธรรมในการรับชำระหนี้คือเพื่อให้เจ้าหนี้ทุกรายได้รับความเท่าเทียมกันและเป็นธรรมในการรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินที่มีอยู่ในจำนวนจำกัด เมื่อสภาพหยุดพักการบังคับชำระหนี้มีผลบังคับ เจ้าหนี้จะถูกห้ามไม่ให้กระทำการใด ๆ อันเป็นการบังคับให้ลุกหนี้ชำระหนี้ให้แก่ตนช่องทางเดียวที่เจ้าหนี้จะต้องเดินตามคือ การเข้าร่วมในกระบวนการในคดี นอกจากนี้สภาพการหยุดพักบังคับชำระหนี้ยังส่งผลให้การดำเนินการฟ้องร้องเพื่อบังคับชำระหนี้ต่อลูกหนี้ในศาลใด ๆ ต้องหยุดลง และศาลที่พิจารณาคดีล้มละลายนี้มีอำนาจที่จะสั่งให้โอนคดีที่ค้างพิจารณาอยู่มาดำเนินการเอง สภาวะพักการชำระหนี้หรือ ออโตเมติก สเตย์ นี้มีผลผูกพันเจ้าหนี้ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือ แม่แต่องค์กรของรัฐ และมีผลบังคับทันทีโดยอัตโนมัติโดยไม่คำนึงถึงว่าเจ้าหนี้จะทราบถึงสภาวะดังกล่าวหรือไม่ ออโตเมติก สเตย์ มีผลบังคับต่อเนื่องไปตลอดจนกระทั่งสิ้นสุดกระบวนการในคดีล้มละลาย
นอกจากนี้ยังกำหนดให้ลูกหนี้เป็นผู้บริหารงานกิจกการต่อไป หรือ เพื่อว่ากิจการจะได้ไม่เสียหาย และสามารถฟื้นตัวขึ้นมาใหม่ได้ แต่จะต้องมีแผนการบริหารใหม่มานำเสนอต่อศาลและเจ้าหนี้ เมื่อบริหารไปแล้วปรากฏพบว่า ลูกหนี้ถูกจับได้ว่าในระหว่างที่ บริหารงานนั้นได้ฉ้อโกง ทำผิดกฏหมายที่ทำให้ทรัพย์สินของเจ้าหนี้เสียหาย ศาลก็มีอำนาจสั่งให้ลูกหนี้พ้นจากการบริหารออกไป และแต่งตั้งผู้บริหารแผนที่เป็นมืออาชีพเข้าบริหารแทน
Ø การกระทำที่ถูกห้ามในช่วงหยุดพักบังคับชำระหนี้
การกระทำที่ถูกห้ามในช่วงหยุดพักบังคับชำระหนี้มี สามประเภท หนึ่ง
ข้อ 1 การกระทำต่อตัวลูกหนี้
การกระทำใด ๆ ที่กระทำต่อตัวลูกหนี้โดยเป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับการบังคับชำระหนี้ซึ่งเกิดก่อนมีการยื่นคำร้องให้ลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลายจะถูกห้ามทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นฟ้องร้องคดีหรือการดำเนินการต่อไปตามกระบวนการเพื่อให้มีคำพิพากษาหรือเพื่อให้มีการบังคับคดีและรวมถึงการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นความพยายามให้มีการชำระหนี้ นอกศาลด้วย เป็นต้นว่า การติดต่อเจรจาเพื่อเรียกร้องให้ชำระหนี้ การของหักกลบลบหนี้เป็นต้น
ข้อ 3 การกระทำที่ทำต่อทรัพย์สินของลูกหนี้ที่เกิดภายหลังจากลูกหนี้ตกเป็นคนล้มละลาย
เจ้าหนี้จะกระทำการใด ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งการชำระหนี้โดยเป็นการบังคับเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้ไม่ได้ ทรัพย์สินของลูกหนี้ในที่นี้รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่ตกอยู่ในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มล้มละลาย กล่าวคือ เป็นทรัพย์สินที่ลูกหนี้ได้มาจากภายหลังวันที่มีการขอให้ลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งได้ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ลูกหนี้ได้มาภายหลังจากวันที่มีการขอให้ลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งให้ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ลูกหนี้จะใช้ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ นั่นเอง การกระทำที่ถูกห้ามตามข้อนี้ หมายถึง การกระทำของเจ้าหนี้ที่พยายามจะทำให้ตนมีสิทธิเหนือทรัพย์สินชิ้นใดชิ้นหนึ่งของลูกหนี้ เช่น ก่อให้เกิดสิทธิเหนือทรัพย์สินนั้น หรือ บังคับเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามข้อนี้ หมายถึง เจ้าหนี้มีหนี้เกิดขึ้นก่อนวันที่มีการยื่นคำร้องขอให้ลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลายเท่านั้น เจ้าหนี้เป็นเจ้าหนี้ภายหลังจากนั้นไม่ถูกห้ามมิให้บังคับเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้แต่อย่างใด
ข้อ 3 การกระทำที่ทำต่อกองทรัพย์สินในคดีล้มละลาย
กองทรัพย์สินในคดีล้มละลายจะประกอบไปด้วย ทรัพย์สินที่ลูกหนี้มีอยู่ ณวันที่มีการยื่นคำร้องขอให้ลุกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลาย การกระทำของเจ้าหนี้ซึ่งถูกห้ามตามข้อนี้จะมีความหมายกว้างกว่า การกระทำของเจ้าหนี้ที่เป็นการบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ กล่าวคือ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ที่มีมูลหนี้เกิดขึ้นก่อนและหลังมีการยื่นคำร้องขอให้ลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลายล้วนถูกห้ามทั้งสิน
Ø การสิ้นสุดของการหยุดพักชำระหนี้ชั่วคราว
ในกรณีกองทรัพย์สินในคดีล้มละลาย มีผลบังคับไปจนกระทั่งทรัพย์สินสิ้นสภาพจากการเป็นทรัพย์ในกองทรัพย์สินล้มละลาย ทรัพย์อาจสิ้นสภาพดังกล่าวได้หลายกรณี เป็นต้นว่า ผู้จัดการทรัพย์สินในกองทรัพย์สินนั้นไปเพื่อนำเงินมาเข้ากองทรัพย์สินหรือส่งมอบให้แก่เจ้าหนี้รายใดรายหนึ่งไปเพราะทั้งตังลูกหนี้เองหรือกองทรัพย์ไม่มีสิทธิในกองทรัพย์สินดังกล่าวที่กฎหมายยกเว้นให้ไม่ต้องตกอยู่ในภายใต้บังคับการแบ่งชำระแก่เจ้าหนี้ในคดีล้มละลาย
ในกรณีการเรียกร้องบังคับชำระหนี้เอากับตัวลูกหนี้หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ มีผลบังคับห้ามเจ้าหนี้ทั้งหลายมิให้กระทำการดังกล่าวไปจนกระทั่งปิดคดี หรือเมื่อศาลยกคำร้องขอ หรือเมื่อลูกหนี้ได้รับการปลดจากสภาวะการเป็นบุคคลล้มละลาย กล่าวคือ หากเป็นกรณีที่ลูกหนี้ได้รับการปลดจากล้มละลายและหนี้นั้นเป็นประเภทที่ลูกหนี้หลุดพ้นเมื่อมีการปลดจากการล้มละลาย เจ้าหนี้ก็ไม่มีสิทธิบังคับเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้เลย ดังนั้นการสินสุดไม่ได้ทำให้สถานะของเจ้าหนี้ดีขึ้นแต่อย่างใด อนึ่งหากการสิ้นสุดลงโดยผลของคำสั่งศาลที่ให้ยกคำร้องขอ หรือเมื่อมีลูกหนี้ปฎิเสธไม่ให้ปลดจากล้มละลาย หรือกรณีเป็นหนี้ประเภทที่ลูกหนี้ไม่หลุดพ้นแม้เมื่อมีการปลดจากล้มละลาย กรณีทั้งหมด การสิ้นสุดส่งผลให้เจ้าหนี้สามารถดำเนินการบังคับชำระหนี้ต่อไปทันที
ข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล ล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 อธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลางโดยอนุมัติประธานศาลฎีกาออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาและการรับฟังพยานหลักฐานใช้บังคับในศาลล้มละลาย และศาลอื่นที่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาแทนศาลล้มละลาย[8]
2.กฏหมายล้มละลายของอังกฤษ
กฏหมายล้มละลายของอังกฤษ เรียกว่า Moratorium หลักการ มอเรตอเรียม หรือ ออโตเมติก สเตย์ เป็นปัจจัยเอื้อพื้นฐานที่ถูกสร้างเกราะคุ้มกันให้แก่กิจการในระหว่างที่จะมีการฟื้นฟูกิจการโดยจะไม่ให้เจ้าหนี้บางรายดำเนินคดีต่อกิจการนั้น ๆ เพราะหากให้เจ้าหนี้ดำเนินคดีรวมไปถึงแม้แต่บังคับคดีไม่ว่าในทางแพ่งหรือทางล้มละลายย่อมจะเป็นการลดโอกาสของกิจการนั้นที่จะฟื้นฟูตัวเองได้
3.กฏหมายล้มละลายของอเมริกา
กฏหมายล้มละลายของอเมริกาเรียกมาตรการหรือวิธีการนี้ว่า ออโตเมติก สเตย์ มากกว่า กฏหมายฟื้นฟูกิจการของไทยตั้งแต่มาตรา มีบทบัญญัติที่มาจากกฏหมายล้มละลายของอเมริกาเป็นส่วนมาก
กฏหมายล้มละลายของอเมริกามีเป้าหมาย เจตนารมณ์และหลักการคือการให้โอกาสลูกหนี้ได้ตั้งต้นใหม่ หรือเริ่มต้นชีวิตใหม่ อันหมายถึง การกำหนดเป้าหมายของกฏหมายล้มละลายไว้อย่างชัดเจนว่า ให้ลูกหนี้ปลดพันธะหรือลดหนี้ที่จ่ายไม่ไหวอย่างถูกต้องตามกฏหมาย เพื่อจะได้ตั้งต้นชีวิตใหม่ หรือฟื้นกิจการขึ้นมาใหม่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและหลักการดังกล่าว ในกฏหมายล้มละลายของสหรัฐได้กำหนดกระบวนการไว้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของกฏหมายโดยกระบวนการที่เรียกว่า การหยุดพักอัตโนมัติ หรือ ออโตเมติก สเตย์ ซึ่งหมายถึง การทวงหนี้ การยึดทรัพย์ การคิดดอกเบี้ย การขายทรัพย์สินทุกอย่างจากทุกฝ่ายโดยเจ้าหนี้และลูกหนี้ต้องหยุดหมาชั่วคราว ทั้งนี้ เพื่อว่ากระบวนการฟื้นฟูกิจการหรือขายทรัพย์สินเพื่อแบ่งเฉลี่ยจ่ายเจ้าหนี้จะได้เริ่มต้นได้
Ø กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ของสหรัฐอเมริกา
มีอยู่ด้วยกันหลายอย่าง โดยแบ่งประเภทการล้มละลายออกเป็น 3 ประเภท คือ มาตรา 7 มาตรา 11 และ มาตรา 13
มาตรา 7 คือ การล้มละลายอย่างสมบูรณ์ซึ่งลูกหนี้สามารถยื่นคำร้องต่อศาลโดยสมัครใจหรือถูกเจ้าหนี้ยื่นคำร้องโดยลูกหนี้ไม่สมัครใจและไม่คัดค้านก็ได้
มาตรา 11 การฟื้นฟูกิจการเป็นมาตรการที่สำคัญมากที่สุดและกิจการต่าง ๆ โดยบริษัทขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นยื่นเรื่องให้ใช้มาตรานี้มากที่สุดเพื่อขจัดเจ้าหนี้พักโดยอัตโนมัติ
เป้าหมายของมาตรานี้คือ การเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจสามารถฟื้นตัวกลายเป็นธุรกิจที่มี ศักยภาพดำเนินการต่อไปได้ กรณีตัวอย่าง เช่น บริษัทห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา ชื่อ มาซี่ มีสำนักงานใหญ่ที่นิวยอร์ก ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ของกฏหมายล้มละลาย เพื่อจะได้พักชำระหนี้ชั่วคราว ณ วันที่ยื่นคำร้องและสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ในเวลาเพียงสองสัปดาห์ มาซี่ก็ได้รับเงินกู้ก้อนใหม่ในนามของผู้ฟื้นฟูกิจการเจ้าหนี้ เป็นจำนวน 600 ล้านเหรียญ มาหมุนเวียนให้กิจการดำเนินต่อไปได้
มาตรา 13 ใช้สำหรับบุคคลผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว แต่ไม่เกิน 100,000 หรือ 35,000 ในกรณีที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น บ้าน มาตรานี้ลูกหนี้มีเวลา สามถึงห้าปีในการขอผ่อนโดยใช้รายได้ในปัจจุบัน ที่ได้รับจนครบเวลาที่ยื่นเรื่องร้องขอต่อศาล ซึ่งมักจะไม่เกินห้าปีหลังจากนั้น กฏหมายนี้ถือว่าหนี้ที่เหลือนั้นเป็นอันยกไป
เป้าหมายของมาตรานี้คือเปิดช่องให้ปัจเจกบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวได้มีโอกาสตั้งต้นชีวิตใหม่
บทที่ 4
บทวิเคราะห์
1.กฎหมายล้มละลายของไทย
พระราชบัญญัติล้มละลายใช้บังคับมาตั้งแต่ พ.ศ. 2483 โดยวัตถุประสงค์ของกฎหมายล้มละลายนั้น คือ เพื่อที่จะเก็บรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ล้มละลายทั้งหมดมาแบ่งเฉลี่ยชำระให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายที่ยื่นขอรับชำระหนี้ไว้ตามหลักสัดส่วนแห่งหนี้เพื่อความเป็นธรรมแก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย
ความแตกต่างระหว่าง “การปลดจากล้มละลาย” กับ “การยกเลิกการล้มละลาย”ปลดจากล้มละลายโดยผลของกฎหมาย คือ บุคคลธรรมดาซึ่งศาลพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว ให้ปลดบุคคลนั้นจากล้มละลายทันทีที่พ้นกำหนดระยะเวลาสามปีนับแต่วันที่ศาลได้พิพากษาให้ล้มละลาย (ตามมาตรา 81/1) ปลดจากล้มละลายโดยร้องขอต่อศาล เมื่อได้แบ่งทรัพย์สินชำระให้แก่เจ้าหนี้ที่ได้ขอรับชำระหนี้ไว้แล้วไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบและไม่เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต ( ตามมาตรา 71)
ส่วนกรณี การยกเลิกการล้มละลาย (มาตรา 135) เกิดจากเมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอ ศาลมีอำนาจสั่งยกเลิกการล้มละลาย ถ้าปรากฏเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด คือ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อาจดำเนินการให้ได้ผลประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย เพราะเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่ช่วยหรือยอมเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายหรือวางเงินประกันตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกร้อง และไม่มีเจ้าหนี้อื่นสามารถและเต็มใจกระทำการดังกล่าวแล้ว ภายในกำหนดเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันที่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ได้ขัดขืนหรือละเลยนั้น และลูกหนี้ไม่ควรถูกพิพากษาให้ล้มละลาย หนี้สินของบุคคลล้มละลายได้ชำระเต็มจำนวนแล้ว เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แบ่งทรัพย์ครั้งสุดท้าย หรือไม่มีทรัพย์สินจะแบ่งให้แก่เจ้าหนี้แล้ว ต่อแต่นั้นมาภายในกำหนดเวลาสิบปี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อาจรวบรวมทรัพย์สินของบุคคลล้มละลายได้อีก และไม่มีเจ้าหนี้มาขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จัดการรวบรวมทรัพย์สินของบุคคลล้มละลาย
กฎหมายล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ ความแตกต่างระหว่างคดีแพ่งกับคดีล้มละลาย
ผลที่มีต่อเจ้าหนี้ คดีล้มละลายให้สิทธิแก่เจ้าหนี้ทุกรายได้รับประโยชน์ และ คดีแพ่งให้สิทธิแก่เฉพาะเจ้าหนี้ที่ฟ้อง และผลที่มีต่อลูกหนี้ คือคดีล้มละลาย ลูกหนี้ถูกบังคับแก่ทรัพย์สิน โดยไม่คำนึงถึงจำนวนหนี้ที่ถูกฟ้อง และคดีแพ่ง ลูกหนี้ถูกบังคับไม่เกินหนี้ที่ถูกฟ้อง สำหรับกระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย เริ่มจากเจ้าหนี้ยื่นฟ้องลูกหนี้ต่อศาล ศาลทำการพิจารณา ศาลวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีออกเป็น 2 ทาง ให้ลูกหนี้ชนะพิพากษายกฟ้อง อีกทางให้ลูกหนี้แพ้ สั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด กระบวนพิจารณาภายหลังจากศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จะดำเนินคดีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหน้าที่ ดำเนินคดีต่อจากศาล เพื่อให้ลูกหนี้ถูกพิพากษาเป็นบุคคลล้มละลาย รวบรวมเจ้าหนี้ รวบรวมทรัพย์สิน แบ่งชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย และสิทธิของลูกหนี้ที่จะหลุดพ้นจากการล้มละลาย โดยผลของคำสั่งศาล คำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ คำสั่งปลดจากล้มละลาย คำสั่งยกเลิกการล้มละลาย และ โดยผลของกฎหมาย โดยการปลดจากล้มละลายตามกฎหมาย
การฟื้นฟูกิจการ มีวัตถุประสงค์ของกำหมายฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้มากกว่าการได้รับชำระหนี้ ในกรณีลูกหนี้ล้มละลาย เพื่อให้กิจการของลูกหนี้ได้รับการฟื้นฟูไม่ต้องล้มเลิกกิจการไป กระบวนการพิจารณาคดีฟื้นฟูกิจการ เริ่มจากผู้ร้องขอยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาล และศาลสั่งรับคำร้องขอ เกิดมาตรการในการคุ้มครองกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ เพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูต่อไป ศาลไต่สวน วินิจฉัยชี้ขาดคดี สั่งยกคำร้องขอ (คดีเสร็จ) สั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ศาลพิจารณามีคำสั่งตั้งผู้ทำแผน ผู้ทำการแผนมีหน้าที่ บริหารกิจการของลูกหนี้แทนผู้บริหารเดิมของลูกหนี้ ทำแผนฟื้นฟูกิจการ และผู้ทำแผนส่งแผนต่อ จ.พ.ท. จากนั้น จ.พ.ท. เรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผน ลงมติ ยอมรับแผน ไม่ยอมรับแผน (คดีเสร็จ)แล้วจ.พ.ท. เสนอแผนให้ศาลพิจารณามีคำสั่ง คำสั่ง เห็นชอบด้วยแผน ไม่เห็นชอบด้วยแผน (คดีเสร็จ) ลำดับต่อไป ผู้บริหารแผนนำแผนไปบริหารกิจการ เพื่อฟื้นฟูตาม วิธีการที่กำหนดในแผน ฟื้นฟูสำเร็จ ศาลสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ คืนกิจการให้ผู้บริหารของลูกหนี้ แต่หากฟื้นฟูไม่สำเร็จ ศาลสั่งยกเลิกการฟื้นฟู หรือสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด
ลูกหนี้ที่มีสิทธิได้รับการฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้ที่เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชน จำกัด ม. 90/1 มิได้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ม.90/5(1) ยังคงมีสภาพนิติบุคคล มิได้เลิกนิติบุคคล ไปก่อน ม. 90/5 (2) สำหรับบุคคลที่มีสิทธิเป็นผู้ร้องขอหรือผู้ยื่นคำร้องขอให้ศาล มีคำสั่งฟื้นฟูกิจการ (ม.90/1) ม.90/2 และ ม.90/4 ลูกหนี้ ม.90/1, 90/4(2) เจ้าหนี้ เจ้าหนี้มีประกันหรือไม่มีประกัน ม.90/1, 90/4 (1) หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจกำกับดูแลกิจการของลูกหนี้ ม. 90/4 (3) ธนาคารแห่งประเทศไทย ม. 90/4 (4) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ม. 90/4 (5) กรรมการประกันภัย
หลักเกณฑ์ในการขอฟื้นฟูกิจการ มาตรา 90/3 กล่าวคือ ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ลูกหนี้เป็นหนี้ในจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท มีเหตุอันสมควร และช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ ของลูกหนี้ การทำคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ คำร้องขอต้องทำเป็นหนังสือ ใช้แบบพิมพ์ของศาล ป.วิ.พ. มาตรา 172 การบรรยายคำร้องขอต้องแสดงโดยชัดแจ้ง ม. 90/6 หลักเกณฑ์ในการขอฟื้นฟู ลูกหนี้มีทรัพย์สินล้นพ้นตัว ลูกหนี้เป็นหนี้ 10 ล้านบาท เหตุอันสมควรและช่องทาง ชื่อ คุณสมบัติผู้ทำแผนและหนังสือยินยอม รายชื่อ ที่อยู่ของเจ้าหนี้ กรณีเจ้าหนี้ร้องขอ กรณีลูกหนี้ร้องขอ
การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ มาตรา 90/7 ศาลที่มีอำนาจรับคำร้องขอ ได้แก่ ศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีล้มละลาย ศาลล้มละลายกลาง ต้องชำระค่าขึ้นศาล 1,000 บาท และ ต้องวางเงินประกันค่าใช้จ่าย 50,000 บาท สำหรับ การถอนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ มาตรา 90/8 ต้องให้ศาลอนุญาต ศาลจะอนุญาตได้เฉพาะกรณีศาลยังมิได้มีคำสั่ง ให้ฟื้นฟูกิจการ การสั่งจำหน่ายคดีกรณี ทิ้งฟ้อง ถอนฟ้อง ขาดนัดพิจารณาต้องโฆษณาหนังสือพิมพ์ อย่างน้อย 1 ฉบับล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เรื่องการตรวจคำร้องขอฟื้นฟูกิจการเมื่อมีการยื่นคำร้องขอต่อศาล ศาลตรวจคำร้องขอ ป.วิ.พ. มาตรา 18 รับ ไม่รับ ผลของคำสั่งรับคำร้องขอ ม.90/12 ซึ่งเป็นมาตรการในการคุ้มครองกิจการและ ทรัพย์สินของลูกหนี้ เพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการต่อไป
มาตราการในการคุ้มครองกิจการทรัพย์สินองลกหนี้ มาตรา90/12 ป้องกันลูกหนี้ก่อความเสียหาย ม. 90/12 (9) ห้ามลูกหนี้จำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สิน ห้ามนายทะเบียนเลิกนิติบุคคลป้องกันเจ้าหนี้ก่อความเสียหาย ม. 90/12 (1) ห้ามฟ้องเลิกนิติบุคคลของลูกหนี้ ห้ามฟ้องคดีแพ่ง คดีล้มละลาย ห้ามเจ้าหนี้บังคับคดี ห้ามเจ้าหนี้มีประกันบังคับหลักประกัน ห้ามเจ้าหนี้ที่บังคับชำระหนี้ได้เองตาม ก.ม. ห้ามการบังคับตามวิธีการชั่วคราวคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว ทั้งนี้เพื่อป้องกันหน่วยงานของรัฐสั่งถอนใบอนุญาตม. 90/12 (3) ป้องกันเจ้าของทรัพย์ที่ให้เช่าซื้อติดตามเอาทรัพย์คืน ม. 90/12 (8) ป้องกันผู้ให้บริการสาธารณูปโภค ม. 90/12 (11) และเป็นการให้ความคุ้มครองบุคคลที่ถูกห้าม ม. 90/13 มีสิทธิยื่นคำร้องให้ศาลสั่งคุ้มครองยกเลิกข้อจำกัดสิทธิ กรณี ไม่มีความจำเป็นต่อการฟื้นฟู
การไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ การนัดไต่สวน เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอแล้ว ให้ดำเนินการไต่สวนเป็นการด่วน กำหนดวันเวลานัดไต่สวน ม. 90/9 ส่งสำเนาแจ้ง เจ้าหนี้ ลูกหนี้ ก่อนวันนัดไม่น้อยกว่า 7 วัน และประกาศในหนังสือพิมพ์ฉบับที่แพร่หลายอย่างน้อย 1 ฉบับ ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ห่างกันไม่เกิน 7 วัน วิธีการไตร่สสวน ต้องไต่สวนเอาความจริง ม. 90/10 ไต่สวนติดต่อกันโดยไม่ต้องเลื่อน ม. 90/11 ข้อยกเว้น เมื่อมีเหตุสุดวิสัย นำพยานมาสืบไม่ได้ เลื่อนได้ครั้งเดียว คู่ความฝ่ายใดไม่มาศาลถือว่าทราบกระบวนการพิจารณา ถ้าไม่มีผู้คัดค้านคำร้องขอ ศาลงดการไต่สวนและสั่งให้ฟื้นฟูกิจการต่อไปได้ ม. 90/10 วรรค 2
การวินิจฉัยชี้ขาดคดีฟื้นฟูกิจการ มาตรา 90/10 กรณีที่ศาลจะมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการได้ ต้องเข้าหลักเกณฑ์ การไต่สวนได้ความจริงตาม ม. 90/3 ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
ลูกหนี้เป็นหนี้ในจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท มีเหตุอันสมควรและช่องทางฟื้นฟูได้ และผู้ร้องขอยื่นคำร้องขอโดยสุจริตถ้าไม่ได้ความจริงดังกล่าว ศาลสั่งยกคำร้องขอ
ผลของคำสั่งฟื้นฟูกิจการ อำนาจหน้าที่ในการจัดกิจการและทรัพย์สินของผู้บริหารของลูกหนี้สิ้นสุดลง ม. 90/20 วรรคแรก รวมทั้งสิทธิของ ผู้ถือหุ้น ม. 90/21 อำนาจหน้าที่ดังกล่าวตกอยู่แก่ผู้ทำแผน ม.90/25 ในกรณีที่ศาลตั้งผู้ทำแผนได้ ในกรณีศาลตั้งผู้ทำแผนไม่ได้ ศาลมีอำนาจตั้งผู้บริหาร ชั่วคราวให้มีอำนาจดังกล่าว ม. 90/20 แต่ถ้าศาลไม่ตั้ง ผู้บริหารชั่วคราว อำนาจดังกล่าวจะตกอยู่แก่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
2.กฎหมายล้มละลายของอเมริกา
กฎหมายล้มละลายของอเมริกามีเป้าหมายและหลักการ Fresh Start หมายถึง การกำหนดเป้าหมายล้มละลายไว้ไว้อย่างชัดเจนคือ การให้โอกาสลูกหนี้ได้ตั้งแต่ต้นใหม่
ป้องกันลูกหนี้จากเจ้าหนี้ที่ใช้วิธีการโดยไม่ชอบในการทวงหนี้ ป้องกันเจ้าหนี้จากลูกหนี้ที่นำทรัพย์สินไปถ่ายโอน หรือ ทำให้เสื่อมค่า ดำเนินการแบ่งชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ทุกคนอย่างยุติธรรม และ รวดเร็ว รักษาความสัมพันธ์ระหว่างลูกหนี้ และ เจ้าหนี้ ต่อไป
กระบวนการของมาตรา 11 (Chapter 11) กำหนดให้ลูกหนี้เป็นผู้บริหารกิจการต่อไป Debtor-in Possession ลูกหนี้ต้องเสนอแผนการบริหาร ในแผนนี้ลูกหนี้สามารถ เสนอขอลดเงินต้น หรือ ดอกเบี้ย หรือขายทรัพย์บางส่วน การเสนอยกเลิกสัญญา หรือ ข้อบังคับที่ไม่เป็นธรรม หรือExecutory Contracts แผนฟื้นฟูนั้น ศาลต้องเห็นชอบด้วย
กระบวนการของมาตรา 13 (Chapter 13) มาตรา 13 ใช้สำหรับบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวแต่ไม่เกิน 1 แสนเหรียญ หรือ 3 แสน 5 หมื่นเหรียญ ในกรณีที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป้าหมายของมาตรานี้ คือเปิดช่องให้ปัจเจกบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวได้มีโอกาสตั้งต้นชีวิตใหม่
บทที่ 5
บทสรุป เสนอแนะ
1.บทสรุป
ในส่วนของมาตรา 90/12 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย เมื่อได้ยื่นคำร้องของฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายดังกล่าวแล้ว หากศาลไม่รับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการก็ตกไป แต่หากศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการแล้ว ลูกหนี้จะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ทันที ซึ่งก็คือ สภาวะการพักชำระหนี้ชั่วคราว หรือ ออโตเมติก สเตย์ เหตุนี้ เหตุที่มีหลักการนี้ก็เพื่อให้กิจการของลูกหนี้สามารถดำเนินกิจการต่อไปแต่ต้องอยู่ภายใต้กฏหมายฟื้นฟูกิจการซึ่งมาตรการดังกล่าว ส่งผลให้ลูกหนี้ไม่ต้องถูกบังคับให้ชำระหนี้ถูกบังคับจำนองทรัพย์สินถูกฟ้องร้องเป็นคดีแพ่ง อันเกี่ยวกับทรัพย์สินรวมถึงผู้ค้ำประกันด้วยและก็ห้ามลูกหนี้จำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินรวมทั้งก่อให้เกิดภาระแก่ทรัพย์สินของตนระหว่างฟื้นฟูกิจการด้วย มาตรการดังกล่าวเป็นการคุ้มครองสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อให้ลูกหนี้ดำเนินกิจการของตนเองได้โดยปราศจากเหตุรบกวนโดยมีกฏหมายห้ามดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับลูกหนี้ไว้หลายประการตามหลักออโตเมติก สเตย์ เช่น
1. ห้ามมิให้ฟ้องหรือร้องขอศาลพิพากษา หรือสั่งให้เลิกนิติบุคคลหรือเป็นลูกหนี้ ถ้ามีการฟ้องร้องหรือร้องขอคดีดังกล่าวแล้ว ให้งดการพิจารราคดีไว้ก่อน
2. ห้ามมิให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้เลิก หรือ จดทะเบียนเลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้และห้ามมิให้นิติบุคคลนั้นเลิกกันโดยประการอื่น
3. ห้ามมิให้ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 90/4 (6) แล้วแต่กรณีสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของลูกหนี้ หรือ สั่งให้ลูกหนี้หยุดประกอบกิจการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอ
4. ห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้หรือเสนอข้อพิพาทที่ลูกหนี้อาจต้องรับผิดหรือได้รับความเสียหายให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด ถ้ามูลแห่งหนี้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน และห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลายในกรณีที่มีการฟ้องคดีหรือเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาดไว้ก่อนแล้ว ให้งดการพิจารณาไว้เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
5. ห้ามมิให้เจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ถ้ามูลแห่งหนี้ตามคำพิพากษานั้นเกิดก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน ในกรณีที่ดำเนินการบังคับคดีไว้ก่อนแล้ว ให้ศาลงดการบังคับคดีไว้ก่อนแล้ว เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นหรือการบังคับคดีได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทราบว่ามีการยื่นคำร้องขอหรือการบังคับคดีตามคำพิพากษาให้ลูกหนี้ส่งมอบทรัพย์เพราะเสร็จก่อนวันดังกล่าวนั้น ฯลฯ
ประโยชน์จากการฟื้นฟูกิจการ ฐานะทางการเงินของลูกหนี้จะมีสภาพคล่องมากยิ่งขึ้นลูกหนี้ได้รับประโยชน์จากการชำระหนี้ กิจการของลูกหนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้ไม่อาจถูกเจ้าหนี้ฟ้องร้องบังคับการกับทรัพย์สินที่ได้ในระหว่างฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้ตามแผนทั้งปวง เจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการจะได้รับการปฎิบัติเท่าเทียมกัน และปัญหาด้านแรงงานจะน้อยลงกว่าที่ลูกหนี้ล้มละลาย
ข้อดี ผลดีของสภาวะพักการชำระหนี้ก็คือ ลูกหนี้สามารถดำเนินการกิจการต่อไปได้โดยมีผู้ทำแผนหรือผู้บริหารแผนเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของบริษัท สิทธิและหน้าที่ของเจ้าหนี้และลูกหนี้ยังมีอยู่ ผู้ทำแผนจะเป็นใครก็ได้ซึ่งอาจเป็นบุคคลธรรมดานิติบุคคล หรือคณะบุคคลก็ได้ หากการฟื้นฟูกิจการสารถกระทำการได้สำเร็จ เจ้าก็จะได้รับการชำระนี้ ประคับประคองกิจการของลูกหนี้ให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปซึ่งจะส่งผลดีไปถึงพนักงาน ลูกจ้าง ของบริษัทลูกหนี้ที่ไม่ต้องตกงาน ในกรณีลูกหนี้เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับความไว้วางใจของประชาชน เช่น ธุระกิประกับชีวิต หรือ ประกันวินาศภัย หรือ ธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อธุรกิจอื่นหากต้องเลิกบริษัทจะส่งผลกระทบในวงกว้างและเกิดปัญหา ทางสังคม
ข้อเสีย สิทธิของเจ้าหนี้ถูกรบกน ขัดขวาง เพราะการหยุดชำระหนี้ชั่วคราวของกระบวนการฟื้นฟูกิจการ ตามมาตรา 90/12 ผลของการที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้เพื่อรับพิจารณาทำให้เกิดสภาวะพักการชำระหนี้ของเจ้าหนี้ (Automatic Stay) โดยที่ศาลยังไม่มีการไต่ส่วนว่าคำร้องขอดังกล่าวมีมูลหรือไม่ Automatic Stay จึงเกิดได้ง่ายเกินไป ลูกหนี้ที่มีเจตนาไม่สุจริต อาจถือโอกาสนความได้เปรียบจากผลของ Automatic Stay หยุดการชำระหนี้
2.เสนอแนะ
เมื่อมีการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้ควรมีการไต่ส่วนก่อนว่าคำร้องดังกล่าวมีมูลที่สมควรจะให้ลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการหรือไม่ โดยพิจารณาถึงความสามารถในการดำเนินกิจต่อไป หากพิจารณาได้ความว่าคำร้องดังกล่าวมีมูล ผลของการหยุดพักชำระหนี้ (Automatic Stay) ควรจะเกิดขึ้นนับจากที่ศาลไต่ส่วนแล้วว่าคดีมีมูล
กรณีที่เจ้าหนี้มีประกันอาจได้รับผลจาก Automatic Stay เพราะไม่อาจบังคับชำระหนี้ ทำให้หลักทรัพย์หรอหลักประกันอื่นเสื่อมสภาพลง ดังนั้นควรมีการบังคับคดีที่เร็ว คดีจบเร็วเพราะทุอย่างจะได้จบเร็วและมีการบังคับคดีที่มีความชัดเจน
บรรณานุกรม
หนังสือ
รองศาสตราจารย์ ดร.ภูมิ โชคเหมาะ อาจารย์ไกรสร บารมีอวยชัย อาจารย์ชีพ จุลมนต์.เอกสารประกอบคำบรรยาย กระบวนวิชากฎหมายล้มละลายเปรียบเทียบ
(LA 729) .หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต ภาคพิเศษ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
บทความ วารสาร
โกสินทร์ เตชะดิลก “ประโยชน์ของลูกหนี้จากการฟื้นฟูกิจการ ” [Online] ,AvailableURL ; http://www.dlo.co.th/node/102.
วิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ. กฎหมายฟื้นฟูกิจการ.
“ประวัติความเป็นมากองทุน” [Online],AvailableURL;http://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutionsDevelopmentFund/About_FIDF/Pages/History.aspx.
ศาลยุติธรรม. 2545. ข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542. [Online]. Available: URL : http://www.oja.go.th/rule.htm#top3.
เอกสารอื่น
อาจารย์ไกรสร บารมีอวยชัย .เอกสารถอดเทปประกอบคำบรรยาย กระบวนวิชากฎหมายล้มละลายเปรียบเทียบ (LA 729) หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต ภาคพิเศษ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
กฎหมาย
พระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓.
พระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๒.
[1] อาจารย์ไกรสร บารมีอวยชัย ,เอกสารถอดเทปประกอบคำบรรยาย กระบวนวิชากฎหมายล้มละลายเปรียบเทียบ (LA 729) ,หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต ภาคพิเศษ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง,วันที่ 15 สิงหาคม 2551.
[2] โกสินทร์ เตชะดิลก “ประโยชน์ของลูกหนี้จากการฟื้นฟูกิจการ ” [Online] ,AvailableURL ; http://www.dlo.co.th/node/102.
[3] รองศาสตราจารย์ ดร.ภูมิ โชคเหมาะ อาจารย์ไกรสร บารมีอวยชัย อาจารย์ชีพ จุลมนต์,เอกสารประกอบคำบรรยาย กระบวนวิชากฎหมายล้มละลายเปรียบเทียบ (LA 729) .หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต ภาคพิเศษ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง,หน้า36.
[4] รองศาสตราจารย์ ดร.ภูมิ โชคเหมาะ อาจารย์ไกรสร บารมีอวยชัย อาจารย์ชีพ จุลมนต์,อ้างแล้ว,หน้า51.
[5] รองศาสตราจารย์ ดร.ภูมิ โชคเหมาะ อาจารย์ไกรสร บารมีอวยชัย อาจารย์ชีพ จุลมนต์,อ้างแล้ว,หน้า1-31.
[6] วิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ, กฎหมายฟื้นฟูกิจการ,หน้า 13.
[7] “ประวัติความเป็นมากองทุน” [Online],AvailableURL;http://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutionsDevelopmentFund/About_FIDF/Pages/History.aspx.
[8] ศาลยุติธรรม. 2545. ข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542. [Online]. Available: URL : http://www.oja.go.th/rule.htm#top3.
3.4 ปัญหาทางกฎหมายและอุปสรรคในการฟื้นฟูกิจการในส่วนของการพักชำระหนี้
4.ขอบเขต
เป็นการศึกษาถึงวิวัฒนาการ ทฤษฎี และแนวคิดเกี่ยวกันกฎหมายล้มละลาย ระบบกฎหมายล้มละลายของประเทศต่าง อาทิเช่น ประเทศฝรั่งเศส ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นต้น และของประเทศไทย ความสำคัญของกฎหมายล้มละลายในทางเศรษฐกิจ ตลอดจนกฎหมายว่าด้วยกาฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ โดยเน้นการจัดรูปแบบองค์กรที่เข้ามาบริหารในขบวนการล้มละลายให้มีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้และลูกหนี้
5.วิธีการดำเนิน
วิธีการในการดำเนินการวิจัยเป็นการศึกษา จากเอกสารและการเอกสารอิเล็กทรอนิคส์ และการเข้ารับฟังการบรรยายในการเรียนการสอนกระบวนวิชากฎหมายล้มละลายเปรียบเทียบ เรื่อง การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามกฎหมายล้มละลายของไทยและความสำคัญของกฎหมายล้มละลายในทาง กฎหมายล้มละลายและการฟื้นฟูกิจการของประเทศ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา การล้มละลายข้ามพรมแดน และการฟื้นฟูกิการตามคำพิพากษาศาลฎีกา แนวความคิดของกฎหมายล้มละลาย การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามกฎหมายล้มละลายของไทย
6.ประโยชน์ที่คาดว่าน่าจะได้รับ
เพื่อเราจะได้ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษามาในการใช้ให้เกิดประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ประโยชน์ที่คาดว่าน่าจะได้รับจากการศึกษาทราบวิวัฒนาการ ทฤษฏี และแนวคิดเกี่ยวกับกฎหมายล้มละลาย ตาม วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมเพื่อทราบถึงกฎหมายล้มละลายของประเทศต่าง ๆ เปรียบเทียบกับประเทศไทย และเข้าใจความสำคัญของกฎหมายล้มละลายในทางเศรษฐกิจ และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และเข้าใจความสำคัญของการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ในทางเศรษฐกิจ สุดท้ายเพื่อความเข้าใจการจัดการรูปแบบองค์กรที่เข้ามาริหารในขบวนการล้มละลายให้มีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์เจ้าหนี้และลูกหนี้ ประโยชน์ของลูกหนี้จากการฟื้นฟูกิจการ[2]วัตถุประสงค์ของการฟื้นฟูกิจการการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาองค์กรทางธุรกิจไว้ เพื่อให้กิจการของลูกหนี้ดำเนินการต่อไปได้ เเละเพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้อย่างเท่าเทียมกัน การฟื้นฟูกิจการจึงเป็นการทำเพื่อประโยชน์เเก่ลูกหนี้ เเละเจ้าหนี้ทั้งหลาย การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการโดยผู้ร้องขอฟื้นฟูกิจการนั้น จึงถือว่าเป็นการกระทำเเทนบุคคลอื่นด้วย
บทที่ 2
แนวคิดและทฤษฎี
1.ลักษณะและบทบาทของกฎหมายล้มละลายที่มีต่อระบบเศรษฐกิจ[3]
1.ลักษณะของกฎหมายล้มละลาย
กฎหมายล้มละลายมีลักษณะเป็นกฎหมายมหาชนทางเศรษฐกิจ (Public Economic Law) เพราะเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐผ่านกระบวนการยุติธรรมทั้งทางแพ่งและทางอาญาในการจัดการกับลูกหนี้ที่มีอยู่ในสภาวะมีหนี้สินล้นพ้นตัว (Insolvent) เพราะมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน หรือจัดการกับลูกหนี้ที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย (Bankrupt)
2.บทบาทของกฎหมายล้มละลายที่มีต่อระบบเศรษฐกิจ
การทีบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัวโดยไม่มีกฎหมายเข้ามาควบคุม กำกับดูแลไว้โดยเฉพาะ เขาย่อมก่อหนี้ต่อไปได้อย่างต่อเนื่องเสมือนดินพอกหางหมู และย่อมมีผลกระทบต่อบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายอย่างไม่มีที่สินสุด กรณีย่อมมีผลกระทบต่อสาธารณชนและมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม เพราะการล้มละลายของบุคคลอาจรุกลามทำให้สถาบันโดยรวมล้มละลายได้ง่าย อาจก่อให้เกิดปฎิกิริยาลูกโซ่หรืออาจเกิดทฤษฎีโดมิโน (Dominoism) ต่อระบบเศรษฐกิจหรือสถาบันทางเศรษฐกิจได้โดยง่าย เช่นกรณีของสถาบันการเงินบางแห่ง เป็นต้น
2.วัตถุประสงค์กฎหมายล้มละลาย[4]
1.ให้เจ้าหนี้แต่ละรายได้รับชำระหนี้สินอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกันในการแบ่งเฉลี่ยทรัพย์สินของลูกหนี้ให้ได้รับชำระหนี้ให้ได้มากที่สุด รวดเร็วเท่าที่จะทำได้ มิฉะนั้น เจ้าหนี้อาจจะล้มละลายตาม เกิดปัญหาสังคมอีก
2.เพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาและเพื่อดำเนินการสะสางหนี้สินให้แก่บรรดาเจ้าหนี้ในการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
3.เพื่อให้ลูกหนี้สุจริต มีโอกาส ได้รับการปลดหนี้ สินโดยเร็วและอาจสามารถได้เริ่มต้นชีวิตได้ใหม่
4.เพื่อป้องกันมิให้ลูกหนี้ก่อหนี้สินอีกต่อไปโดยจัดให้ลูกหนี้นั้นเป็นบุคคลล้มละลายไม่อาจใช้สิทธิของตนได้เท่าเทียมกับบุคคลอื่น
5.เพื่อคุ้มครองและป้องกันสังคมมิให้เกิดความเสียหายจากการที่บุคคลล้มละลายอาจก่อหนี้สินต่อไปอีก
3. ประวัติกฎหมายล้มละลายประเทศไทย[5]
กฎหมายไทยมีที่มาจากคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ และในการศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายจำต้องอาศัยพระราชปรารภในกฎหมายและตัวบทกฎหมายประกอบ ซึ่งกฎหมายล้มละลายของไทยในปัจจุบันมีที่มาจากกฎหมายลักษณะกู้หนี้ หรือ “พระไอยการลักษณะกู้หนี้” ใช้ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงรัชการที่ 1 และพระองค์ท่านทรงพระราชทานให้อาลักษณ์รวม ชำระสะสาง เป็นกฎหมายตราสามดวงและใช้บังคับเรื่อยมาจนถึงรัชการที่ 5
ในคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ที่จารึกเป็นภาษาบาลีว่า “อิณณกิยา ญาติญาติ อิณณกิยา มิตตมิตตา อิณณกิยา” หมายความว่า “บิดา มารดากู้ทรัพย์แก่บุตร บุตรกู้ทรัพย์แก่บิดามารดาบุตรต่อบุตรกู้ทรัพย์ต่อกัน ญาติต่อญาติกู้ทรัพย์ต่อกัน มิตรต่อมิตรกู้ทรัพย์กัน” สมเด็จบรมพระบาทเจ้ามหาจักรพรรดิราชาธิราชรามาธิบดีศรีสนิทรนรินทรบรมบพิตรพระพุทธิเจ้าอยู่หัว ทรงตรา พระราชบัญญัติลักษณะกู้หนี้ในปีชวด เดือนสิบเบ็ด ขึ้นเก้าค่ำ ศุภมัศดุ 1278 จำนวน 13 ลักษณะ ดังนี้
1.ลักษณะสัมพันธ์ญาติมิตรสนิทและห่างขายและกู้หนี้ยืมสีนกัน(ตอน 1-8)
2.กรณีประชาชนกู้ยืมกันและลักษณะผัวเมียกู้ยืมด้วยกันโดยรู้หรือไม่รู้หรือฝ่ายใดตาย (ตอน 9-19)
3.ลักษณะกู้หนี้ยืมสีนกันและเอาชื่อผู้อื่นเข้าในกรมทัน
4.ลักษณะกู้หนี้ถือสีนกันเข้าชื่อในหลายคน
5.ลักษณะกู้หนี้ถือสีนกัน เอาชื่อทาสใส่ในกรมทันหรือให้ทาสท่านกู้
6.ลักษณะกู้หนี้ท่าน ยังมิทันใช้ ลูกหนี้ซึ่งมีชื่อในกรมตาย
7.ลักษณะกู้หนี้ถือสีนกันและเอาต้นเป็นดอก
8.ลักษณะกู้หนี้ถือสีนกันละเจ้าหนี้ยื้อชักตีด่าลูกหนี้ได้
9.ลักษณะกู้หนี้ถือสีนกันและมีผู้ค้ำประกัน และผู้นำถาม
10.ลักษณะจำนำและทอดเงิน ทอดเข้าไว้แก่กันเป็นดอก
11.ลักษณะกู้หนี้ถือสีนหลายแห่งสีนล้นพ้นตัว
12.ลักษณะกู้หนี้ยืมสีนและต่อสู้เจ้าหนี้ได้
13.ลักษณะกู้หนี้ยืมสีนเป็นปะกิณะกะเรี่ยราย
สำหรับในการปฎิบัติและบังคับตามสัญญานั้น ร.แลงกาต์ ผู้ศึกษาค้นคว้ากฎหมายโบราณของไทยโดยเฉพาะสมัยกรุงศรีอยุธยาสืบเนื่องถึงกฎหมายช่วงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ได้อธิบายไว้อย่างพิสดารในบทที่ 4 หนังสือประวัติศาสตร์กฎหมายไทยเล่ม 2 ในบทนี้จะพิจารณาโดยลำดับไป 3 ข้อ ดังนี้
1.บทบัญญัติที่เกี่ยวกับการปฎิบัติตามสัญญาด้วยความสมัครใจ
2.วิธีบังคับลูกหนี้ตามกฎหมายเก่า เมื่อลูกหนี้ไม่ยอมปฎิบัติตามสัญญา
3.กรณีที่เจ้าหนี้บังคับให้ลูกหนี้ปฎิบัติการชำระหนี้ไม่ได้
ประวัติกฎหมายล้มละลายของประเทศไทย มีวิวัฒนาการมาเป็นเวลายาวนานนับเนื่องถึงปัจจุบัน มีการใช้กฎหมายดังกล่าวมาแล้วรวม 5 ฉบับ คือ
1.กฎหมายลักษณะกู้หนี้ ศักราช 1278 (พ.ศ.2192)
2.พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมลักษณะกู้หนี้ยืมสิน รศ.110 (พ.ศ.2434)
3.พ.ร.บ.ล้มละลาย รศ.127 (พ.ศ.2451)
4.พ.ร.บ.ล้มละลาย รศ.130 (พ.ศ.2454)
5.พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 (ฉบับปัจจุบัน) และได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้ว นับถึงปัจจุบัน รวม 6 ครั้ง คือ
5.1. พ.ร.บ.ล้มละลาย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2511
5.2.พ.ร.บ.ล้มละลาย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2526
5.3.พ.ร.บ.ล้มละลาย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2541
5.4.พ.ร.บ.ล้มละลาย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2541
5.5.พ.ร.บ.ล้มละลาย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2543
5.6.พ.ร.บ.ล้มละลาย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2547
โดยมีวัตถุประสงค์ในการแก้ไขเพิ่มเติมและสาระสำคัญที่แก้ไขเพิ่มเติมตามที่ปรากฏในหมายเหตุของแต่ละพระราชบัญญัติ
4.แนวคิดในการฟื้นฟูกิจการ
การฟื้นฟูกิจการในคดีล้มละลาย ข้อดีของการฟื้นฟูกิจการเปรียบเทียบกับกาล้มละลายและการบังคับชำระหนี้ การฟื้นฟูกิจการหรือการปรับโครงสร้างกิจการ (Reorganisation) เป็นกระบวนการที่ใช้สำหรับแก้ไขปัญหาในกรณีที่กิจการประสบปัญหาด้านการเงินและมีลักษณะที่มีหนี้สนล้นพ้นตัว (Insovent) แต่เดิมแนวความคิดของการจัดการกิจการประเภทนี้จะมุ่งเน้นไปในแง่ของการชำระบัญชีโดยกระบวนการล้มละลาย เพราะถือว่าเป็นมาตราการที่ดีที่สุดในความเห็นของคนระยะหนึ่ง[6]
ประวัติความเป็นมากองทุนจัดตั้งขึ้นตามพระราชกำหนดแก้ไขพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2528 โดยมีเจตนารมณ์เพื่อดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือในทางการเงินเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินให้มีความมั่นคงและเสถียรภาพ โดยเฉพาะเมื่อมีวิกฤตการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในระบบสถาบันการเงิน ภายใต้กรอบนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยและรัฐบาล รวมถึงการให้ประกันความเสียหาย และการให้ความช่วยเหลือทางการเงินตามสมควรแก่กรณีสำหรับผู้ฝากเงินของสถาบันการเงิน เนื่องจากสถาบันการเงินประสบวิกฤตการณ์ทางการเงินอย่างร้ายแรง การบริหารจัดการทรัพย์สิน หนี้สิน และพันธบัตรกองทุน การกำกับดูแลการจัดการด้านนโยบายบริหารสินทรัพย์ และสถาบันการเงินที่กองทุนเป็นผู้ถือหุ้น ตลอดจนดำเนินการเพื่อเรียกเก็บหนี้ บังคับชำระหนี้ และหลักประกันในส่วนที่บุคคลภายนอกเป็นหนี้กองทุน ศึกษาและเตรียมการจัดตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
สถานะของกองทุน กองทุนมีฐานะทั้งเป็นส่วนหนึ่งและเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในส่วนของการบริหารงานกองทุนเป็นฝ่ายหนึ่งของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยสายจัดการกองทุนทำหน้าที่ในการบริหารภายใต้กรอบของคณะกรรมการจัดการกองทุน มีการจัดทำบัญชีและงบประมาณเป็นของกองทุนเอง และมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจบัญชี โดยได้รายงานผลการสอบบัญชีนั้นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และแจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อทราบ
การบริหารกองทุนบริหารงานโดยคณะกรรมการจัดการกองทุน ซึ่งประกอบด้วย ผู้ว่าการ ธปท.เป็นประธาน และปลัดกระทรวงการคลังเป็นรองประธานโดยตำแหน่ง และมีกรรมการอื่นแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีกไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 9 คน ปัจจุบันคณะกรรมการจัดการกองทุนมีกรรมการทั้งสิ้น 9 คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย 3 คน กระทรวงการคลัง 3 คน สำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แห่งละ 1 คน โดยมีผู้อำนวยการอาวุโส สายจัดการกองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการ และดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการกองทุนด้วย[7]
บทที่ 3
หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
1.กฏหมายล้มละลายของไทย
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นกฏหมายที่ได้กำหนดกระบวนการล้มละลายอย่างเป็นทางการ และได้รับการแก้ไขในเวลาต่อมา โดยพระราชบัญญัติล้มละลายฉบับที่ 4 พ.ศ. 2541 โดยได้เพิ่มกระบวนการฟื้นฟูกิจการเข้ามาให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการจัดการทรัพย์สินลูกหนี้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว นอกเหนือจากการบังคับให้ล้มละลาย
กฏหมายล้มละลายในส่วนที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของไทยบัญญัติในมาตรา 90/1 ในมาตรา ลูกหนี้ หมายความว่า ลูกหนี้ที่เป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นที่กำหนดไว้ในกฏกระทรวง ซึ่งต่างจากกฏหมายล้มละลายที่ลูกหนี้ที่จะถูกฟ้องล้มละลายได้มีทั้งลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลทุกประเภท
Ø เงื่อนไขเพื่อเข้ารับการฟื้นฟูกิจการ
1. ลูกหนี้ต้องเป็นบริษัท จำกัด บริษัทมหาชนจำกัด หรือนิติบุคคลอื่นใด
2. ลุกหนี้ต้องมีหนี้สินล้นพ้นตัว
3. ลุกหนี้ต้องมีหนี้ทั้งหมดในจำนวนที่แน่นอนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
Ø การเริ่มกระบวนการฟื้นฟูกิจการ
การเริ่มกระบวนการฟื้นฟูกิจการกระทำได้โดยมีการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลาย โดยศาลอาจมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการตามที่ร้องของ เมื่อศาลเห็นว่ามีเหตุผลสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ทั้งนี้ กระบวนการฟื้นฟูกิจการถือเป็นการให้โอกาสแก่ลูกหนี้ที่หนี้สินล้นพ้นตัว หากแต่ยังมีศักยภาพทางธุรกิจที่ดีอยู่ ไม่ให้ถูกพิทักษ์ทรัพย์และขณะเดียวกันก็รักษาธุรกิจของตนไว้ และเพื่อดำเนินการให้กระบวนการฟื้นฟูกิจการประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ในหลักกฏหมายมาตรา ๙๐/๑๒ ที่ส่งเสริมไม่ให้ลูกหนี้ที่ไม่สุจริตใช้กฏหมายมาเป็นเครื่องมือ ยื้อเวลาไม่ให้ถูกยึดทรัพย์ ไม่ให้ถูกฟ้องคดี ไม่ให้ทรัพย์สินของตนถูกขายทอดตลาด มีหลักการที่เรียกว่า คือ สภาวะพักการชำระหนี้
เมื่อกิจการลูกหนี้ตกอยู่ในสภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวหรืออยู่ในสภาวะที่ต้องการจะฟื้นฟู กิจการอันเป็นเหตุที่จะร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการตามกฏหมายได้แล้ว การยื่นคำร้องของต่อศาลตามกฏหมายย่อมจะก่อให้เกิดผลที่ว่าเจ้าหนี้จะฟ้องร้องดำเนินคดีใด ๆ ไม่ว่าในทางแพ่งหรือล้มละลายรวมไปถึงการบังคับคดีไม่ได้ ในบางประเทศยังรวมไปถึงการห้ามมิให้หน่วยงานที่ให้บริการทางสาธารณูปโภคหยุดการให้บริการอีกด้วย หลักการนี้บัญญัติเป็นที่ยอมรับกันในกฏหมายต่างประเทศแล้ว เช่น ใน บทที่ 3 ของสหรัฐอเมริกา เซกชั่นที่ 11 ของ อินซอลเว้นซี่ แอ๊ค 1986 ของอังกฤษ และใน เซ็กชั่น 227 ของ คอมปะนีแอ๊ค ของสิงคโปร์
Ø การหยุดพักบังคับชำระหนี้ชั่วคราว
การหยุดพักบังคับชำระหนี้ชั่วคราว มีผลบังคับทันทีนักแต่มีการยื่นคำขอให้ลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลายไม่ว่าจะเป็นการยื่นคำขอให้ลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลายโดยสมัครใจหรือไม่ก็ตาม การหยุดพักบังคับชำระหนี้ป็นมาตรการที่สำคัญมากในกระบวนการของกฏหมายล้มละลาย จุดมุ่งหมายของการให้มีสภาพหยุดพักบังคับชำระหนี้คือเพื่อให้เจ้าหนี้ทุกรายได้รับความเท่าเที่ยวกันและเป็นธรรมในการรับชำระหนี้คือเพื่อให้เจ้าหนี้ทุกรายได้รับความเท่าเทียมกันและเป็นธรรมในการรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินที่มีอยู่ในจำนวนจำกัด เมื่อสภาพหยุดพักการบังคับชำระหนี้มีผลบังคับ เจ้าหนี้จะถูกห้ามไม่ให้กระทำการใด ๆ อันเป็นการบังคับให้ลุกหนี้ชำระหนี้ให้แก่ตนช่องทางเดียวที่เจ้าหนี้จะต้องเดินตามคือ การเข้าร่วมในกระบวนการในคดี นอกจากนี้สภาพการหยุดพักบังคับชำระหนี้ยังส่งผลให้การดำเนินการฟ้องร้องเพื่อบังคับชำระหนี้ต่อลูกหนี้ในศาลใด ๆ ต้องหยุดลง และศาลที่พิจารณาคดีล้มละลายนี้มีอำนาจที่จะสั่งให้โอนคดีที่ค้างพิจารณาอยู่มาดำเนินการเอง สภาวะพักการชำระหนี้หรือ ออโตเมติก สเตย์ นี้มีผลผูกพันเจ้าหนี้ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือ แม่แต่องค์กรของรัฐ และมีผลบังคับทันทีโดยอัตโนมัติโดยไม่คำนึงถึงว่าเจ้าหนี้จะทราบถึงสภาวะดังกล่าวหรือไม่ ออโตเมติก สเตย์ มีผลบังคับต่อเนื่องไปตลอดจนกระทั่งสิ้นสุดกระบวนการในคดีล้มละลาย
นอกจากนี้ยังกำหนดให้ลูกหนี้เป็นผู้บริหารงานกิจกการต่อไป หรือ เพื่อว่ากิจการจะได้ไม่เสียหาย และสามารถฟื้นตัวขึ้นมาใหม่ได้ แต่จะต้องมีแผนการบริหารใหม่มานำเสนอต่อศาลและเจ้าหนี้ เมื่อบริหารไปแล้วปรากฏพบว่า ลูกหนี้ถูกจับได้ว่าในระหว่างที่ บริหารงานนั้นได้ฉ้อโกง ทำผิดกฏหมายที่ทำให้ทรัพย์สินของเจ้าหนี้เสียหาย ศาลก็มีอำนาจสั่งให้ลูกหนี้พ้นจากการบริหารออกไป และแต่งตั้งผู้บริหารแผนที่เป็นมืออาชีพเข้าบริหารแทน
Ø การกระทำที่ถูกห้ามในช่วงหยุดพักบังคับชำระหนี้
การกระทำที่ถูกห้ามในช่วงหยุดพักบังคับชำระหนี้มี สามประเภท หนึ่ง
ข้อ 1 การกระทำต่อตัวลูกหนี้
การกระทำใด ๆ ที่กระทำต่อตัวลูกหนี้โดยเป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับการบังคับชำระหนี้ซึ่งเกิดก่อนมีการยื่นคำร้องให้ลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลายจะถูกห้ามทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นฟ้องร้องคดีหรือการดำเนินการต่อไปตามกระบวนการเพื่อให้มีคำพิพากษาหรือเพื่อให้มีการบังคับคดีและรวมถึงการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นความพยายามให้มีการชำระหนี้ นอกศาลด้วย เป็นต้นว่า การติดต่อเจรจาเพื่อเรียกร้องให้ชำระหนี้ การของหักกลบลบหนี้เป็นต้น
ข้อ 3 การกระทำที่ทำต่อทรัพย์สินของลูกหนี้ที่เกิดภายหลังจากลูกหนี้ตกเป็นคนล้มละลาย
เจ้าหนี้จะกระทำการใด ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งการชำระหนี้โดยเป็นการบังคับเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้ไม่ได้ ทรัพย์สินของลูกหนี้ในที่นี้รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่ตกอยู่ในกองทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มล้มละลาย กล่าวคือ เป็นทรัพย์สินที่ลูกหนี้ได้มาจากภายหลังวันที่มีการขอให้ลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งได้ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ลูกหนี้ได้มาภายหลังจากวันที่มีการขอให้ลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งให้ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ลูกหนี้จะใช้ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ นั่นเอง การกระทำที่ถูกห้ามตามข้อนี้ หมายถึง การกระทำของเจ้าหนี้ที่พยายามจะทำให้ตนมีสิทธิเหนือทรัพย์สินชิ้นใดชิ้นหนึ่งของลูกหนี้ เช่น ก่อให้เกิดสิทธิเหนือทรัพย์สินนั้น หรือ บังคับเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามข้อนี้ หมายถึง เจ้าหนี้มีหนี้เกิดขึ้นก่อนวันที่มีการยื่นคำร้องขอให้ลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลายเท่านั้น เจ้าหนี้เป็นเจ้าหนี้ภายหลังจากนั้นไม่ถูกห้ามมิให้บังคับเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้แต่อย่างใด
ข้อ 3 การกระทำที่ทำต่อกองทรัพย์สินในคดีล้มละลาย
กองทรัพย์สินในคดีล้มละลายจะประกอบไปด้วย ทรัพย์สินที่ลูกหนี้มีอยู่ ณวันที่มีการยื่นคำร้องขอให้ลุกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลาย การกระทำของเจ้าหนี้ซึ่งถูกห้ามตามข้อนี้จะมีความหมายกว้างกว่า การกระทำของเจ้าหนี้ที่เป็นการบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ กล่าวคือ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ที่มีมูลหนี้เกิดขึ้นก่อนและหลังมีการยื่นคำร้องขอให้ลูกหนี้ตกเป็นบุคคลล้มละลายล้วนถูกห้ามทั้งสิน
Ø การสิ้นสุดของการหยุดพักชำระหนี้ชั่วคราว
ในกรณีกองทรัพย์สินในคดีล้มละลาย มีผลบังคับไปจนกระทั่งทรัพย์สินสิ้นสภาพจากการเป็นทรัพย์ในกองทรัพย์สินล้มละลาย ทรัพย์อาจสิ้นสภาพดังกล่าวได้หลายกรณี เป็นต้นว่า ผู้จัดการทรัพย์สินในกองทรัพย์สินนั้นไปเพื่อนำเงินมาเข้ากองทรัพย์สินหรือส่งมอบให้แก่เจ้าหนี้รายใดรายหนึ่งไปเพราะทั้งตังลูกหนี้เองหรือกองทรัพย์ไม่มีสิทธิในกองทรัพย์สินดังกล่าวที่กฎหมายยกเว้นให้ไม่ต้องตกอยู่ในภายใต้บังคับการแบ่งชำระแก่เจ้าหนี้ในคดีล้มละลาย
ในกรณีการเรียกร้องบังคับชำระหนี้เอากับตัวลูกหนี้หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ มีผลบังคับห้ามเจ้าหนี้ทั้งหลายมิให้กระทำการดังกล่าวไปจนกระทั่งปิดคดี หรือเมื่อศาลยกคำร้องขอ หรือเมื่อลูกหนี้ได้รับการปลดจากสภาวะการเป็นบุคคลล้มละลาย กล่าวคือ หากเป็นกรณีที่ลูกหนี้ได้รับการปลดจากล้มละลายและหนี้นั้นเป็นประเภทที่ลูกหนี้หลุดพ้นเมื่อมีการปลดจากการล้มละลาย เจ้าหนี้ก็ไม่มีสิทธิบังคับเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้เลย ดังนั้นการสินสุดไม่ได้ทำให้สถานะของเจ้าหนี้ดีขึ้นแต่อย่างใด อนึ่งหากการสิ้นสุดลงโดยผลของคำสั่งศาลที่ให้ยกคำร้องขอ หรือเมื่อมีลูกหนี้ปฎิเสธไม่ให้ปลดจากล้มละลาย หรือกรณีเป็นหนี้ประเภทที่ลูกหนี้ไม่หลุดพ้นแม้เมื่อมีการปลดจากล้มละลาย กรณีทั้งหมด การสิ้นสุดส่งผลให้เจ้าหนี้สามารถดำเนินการบังคับชำระหนี้ต่อไปทันที
ข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล ล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 อธิบดีผู้พิพากษาศาลล้มละลายกลางโดยอนุมัติประธานศาลฎีกาออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาและการรับฟังพยานหลักฐานใช้บังคับในศาลล้มละลาย และศาลอื่นที่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาแทนศาลล้มละลาย[8]
2.กฏหมายล้มละลายของอังกฤษ
กฏหมายล้มละลายของอังกฤษ เรียกว่า Moratorium หลักการ มอเรตอเรียม หรือ ออโตเมติก สเตย์ เป็นปัจจัยเอื้อพื้นฐานที่ถูกสร้างเกราะคุ้มกันให้แก่กิจการในระหว่างที่จะมีการฟื้นฟูกิจการโดยจะไม่ให้เจ้าหนี้บางรายดำเนินคดีต่อกิจการนั้น ๆ เพราะหากให้เจ้าหนี้ดำเนินคดีรวมไปถึงแม้แต่บังคับคดีไม่ว่าในทางแพ่งหรือทางล้มละลายย่อมจะเป็นการลดโอกาสของกิจการนั้นที่จะฟื้นฟูตัวเองได้
3.กฏหมายล้มละลายของอเมริกา
กฏหมายล้มละลายของอเมริกาเรียกมาตรการหรือวิธีการนี้ว่า ออโตเมติก สเตย์ มากกว่า กฏหมายฟื้นฟูกิจการของไทยตั้งแต่มาตรา มีบทบัญญัติที่มาจากกฏหมายล้มละลายของอเมริกาเป็นส่วนมาก
กฏหมายล้มละลายของอเมริกามีเป้าหมาย เจตนารมณ์และหลักการคือการให้โอกาสลูกหนี้ได้ตั้งต้นใหม่ หรือเริ่มต้นชีวิตใหม่ อันหมายถึง การกำหนดเป้าหมายของกฏหมายล้มละลายไว้อย่างชัดเจนว่า ให้ลูกหนี้ปลดพันธะหรือลดหนี้ที่จ่ายไม่ไหวอย่างถูกต้องตามกฏหมาย เพื่อจะได้ตั้งต้นชีวิตใหม่ หรือฟื้นกิจการขึ้นมาใหม่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและหลักการดังกล่าว ในกฏหมายล้มละลายของสหรัฐได้กำหนดกระบวนการไว้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของกฏหมายโดยกระบวนการที่เรียกว่า การหยุดพักอัตโนมัติ หรือ ออโตเมติก สเตย์ ซึ่งหมายถึง การทวงหนี้ การยึดทรัพย์ การคิดดอกเบี้ย การขายทรัพย์สินทุกอย่างจากทุกฝ่ายโดยเจ้าหนี้และลูกหนี้ต้องหยุดหมาชั่วคราว ทั้งนี้ เพื่อว่ากระบวนการฟื้นฟูกิจการหรือขายทรัพย์สินเพื่อแบ่งเฉลี่ยจ่ายเจ้าหนี้จะได้เริ่มต้นได้
Ø กระบวนการฟื้นฟูกิจการ ของสหรัฐอเมริกา
มีอยู่ด้วยกันหลายอย่าง โดยแบ่งประเภทการล้มละลายออกเป็น 3 ประเภท คือ มาตรา 7 มาตรา 11 และ มาตรา 13
มาตรา 7 คือ การล้มละลายอย่างสมบูรณ์ซึ่งลูกหนี้สามารถยื่นคำร้องต่อศาลโดยสมัครใจหรือถูกเจ้าหนี้ยื่นคำร้องโดยลูกหนี้ไม่สมัครใจและไม่คัดค้านก็ได้
มาตรา 11 การฟื้นฟูกิจการเป็นมาตรการที่สำคัญมากที่สุดและกิจการต่าง ๆ โดยบริษัทขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นยื่นเรื่องให้ใช้มาตรานี้มากที่สุดเพื่อขจัดเจ้าหนี้พักโดยอัตโนมัติ
เป้าหมายของมาตรานี้คือ การเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจสามารถฟื้นตัวกลายเป็นธุรกิจที่มี ศักยภาพดำเนินการต่อไปได้ กรณีตัวอย่าง เช่น บริษัทห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา ชื่อ มาซี่ มีสำนักงานใหญ่ที่นิวยอร์ก ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ของกฏหมายล้มละลาย เพื่อจะได้พักชำระหนี้ชั่วคราว ณ วันที่ยื่นคำร้องและสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ในเวลาเพียงสองสัปดาห์ มาซี่ก็ได้รับเงินกู้ก้อนใหม่ในนามของผู้ฟื้นฟูกิจการเจ้าหนี้ เป็นจำนวน 600 ล้านเหรียญ มาหมุนเวียนให้กิจการดำเนินต่อไปได้
มาตรา 13 ใช้สำหรับบุคคลผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว แต่ไม่เกิน 100,000 หรือ 35,000 ในกรณีที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น บ้าน มาตรานี้ลูกหนี้มีเวลา สามถึงห้าปีในการขอผ่อนโดยใช้รายได้ในปัจจุบัน ที่ได้รับจนครบเวลาที่ยื่นเรื่องร้องขอต่อศาล ซึ่งมักจะไม่เกินห้าปีหลังจากนั้น กฏหมายนี้ถือว่าหนี้ที่เหลือนั้นเป็นอันยกไป
เป้าหมายของมาตรานี้คือเปิดช่องให้ปัจเจกบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวได้มีโอกาสตั้งต้นชีวิตใหม่
บทที่ 4
บทวิเคราะห์
1.กฎหมายล้มละลายของไทย
พระราชบัญญัติล้มละลายใช้บังคับมาตั้งแต่ พ.ศ. 2483 โดยวัตถุประสงค์ของกฎหมายล้มละลายนั้น คือ เพื่อที่จะเก็บรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ล้มละลายทั้งหมดมาแบ่งเฉลี่ยชำระให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลายที่ยื่นขอรับชำระหนี้ไว้ตามหลักสัดส่วนแห่งหนี้เพื่อความเป็นธรรมแก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย
ความแตกต่างระหว่าง “การปลดจากล้มละลาย” กับ “การยกเลิกการล้มละลาย”ปลดจากล้มละลายโดยผลของกฎหมาย คือ บุคคลธรรมดาซึ่งศาลพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว ให้ปลดบุคคลนั้นจากล้มละลายทันทีที่พ้นกำหนดระยะเวลาสามปีนับแต่วันที่ศาลได้พิพากษาให้ล้มละลาย (ตามมาตรา 81/1) ปลดจากล้มละลายโดยร้องขอต่อศาล เมื่อได้แบ่งทรัพย์สินชำระให้แก่เจ้าหนี้ที่ได้ขอรับชำระหนี้ไว้แล้วไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบและไม่เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต ( ตามมาตรา 71)
ส่วนกรณี การยกเลิกการล้มละลาย (มาตรา 135) เกิดจากเมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอ ศาลมีอำนาจสั่งยกเลิกการล้มละลาย ถ้าปรากฏเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด คือ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อาจดำเนินการให้ได้ผลประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย เพราะเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ไม่ช่วยหรือยอมเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายหรือวางเงินประกันตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกร้อง และไม่มีเจ้าหนี้อื่นสามารถและเต็มใจกระทำการดังกล่าวแล้ว ภายในกำหนดเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันที่เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ได้ขัดขืนหรือละเลยนั้น และลูกหนี้ไม่ควรถูกพิพากษาให้ล้มละลาย หนี้สินของบุคคลล้มละลายได้ชำระเต็มจำนวนแล้ว เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้แบ่งทรัพย์ครั้งสุดท้าย หรือไม่มีทรัพย์สินจะแบ่งให้แก่เจ้าหนี้แล้ว ต่อแต่นั้นมาภายในกำหนดเวลาสิบปี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อาจรวบรวมทรัพย์สินของบุคคลล้มละลายได้อีก และไม่มีเจ้าหนี้มาขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จัดการรวบรวมทรัพย์สินของบุคคลล้มละลาย
กฎหมายล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ ความแตกต่างระหว่างคดีแพ่งกับคดีล้มละลาย
ผลที่มีต่อเจ้าหนี้ คดีล้มละลายให้สิทธิแก่เจ้าหนี้ทุกรายได้รับประโยชน์ และ คดีแพ่งให้สิทธิแก่เฉพาะเจ้าหนี้ที่ฟ้อง และผลที่มีต่อลูกหนี้ คือคดีล้มละลาย ลูกหนี้ถูกบังคับแก่ทรัพย์สิน โดยไม่คำนึงถึงจำนวนหนี้ที่ถูกฟ้อง และคดีแพ่ง ลูกหนี้ถูกบังคับไม่เกินหนี้ที่ถูกฟ้อง สำหรับกระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย เริ่มจากเจ้าหนี้ยื่นฟ้องลูกหนี้ต่อศาล ศาลทำการพิจารณา ศาลวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีออกเป็น 2 ทาง ให้ลูกหนี้ชนะพิพากษายกฟ้อง อีกทางให้ลูกหนี้แพ้ สั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด กระบวนพิจารณาภายหลังจากศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จะดำเนินคดีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหน้าที่ ดำเนินคดีต่อจากศาล เพื่อให้ลูกหนี้ถูกพิพากษาเป็นบุคคลล้มละลาย รวบรวมเจ้าหนี้ รวบรวมทรัพย์สิน แบ่งชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย และสิทธิของลูกหนี้ที่จะหลุดพ้นจากการล้มละลาย โดยผลของคำสั่งศาล คำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ คำสั่งปลดจากล้มละลาย คำสั่งยกเลิกการล้มละลาย และ โดยผลของกฎหมาย โดยการปลดจากล้มละลายตามกฎหมาย
การฟื้นฟูกิจการ มีวัตถุประสงค์ของกำหมายฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้มากกว่าการได้รับชำระหนี้ ในกรณีลูกหนี้ล้มละลาย เพื่อให้กิจการของลูกหนี้ได้รับการฟื้นฟูไม่ต้องล้มเลิกกิจการไป กระบวนการพิจารณาคดีฟื้นฟูกิจการ เริ่มจากผู้ร้องขอยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาล และศาลสั่งรับคำร้องขอ เกิดมาตรการในการคุ้มครองกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ เพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูต่อไป ศาลไต่สวน วินิจฉัยชี้ขาดคดี สั่งยกคำร้องขอ (คดีเสร็จ) สั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ศาลพิจารณามีคำสั่งตั้งผู้ทำแผน ผู้ทำการแผนมีหน้าที่ บริหารกิจการของลูกหนี้แทนผู้บริหารเดิมของลูกหนี้ ทำแผนฟื้นฟูกิจการ และผู้ทำแผนส่งแผนต่อ จ.พ.ท. จากนั้น จ.พ.ท. เรียกประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผน ลงมติ ยอมรับแผน ไม่ยอมรับแผน (คดีเสร็จ)แล้วจ.พ.ท. เสนอแผนให้ศาลพิจารณามีคำสั่ง คำสั่ง เห็นชอบด้วยแผน ไม่เห็นชอบด้วยแผน (คดีเสร็จ) ลำดับต่อไป ผู้บริหารแผนนำแผนไปบริหารกิจการ เพื่อฟื้นฟูตาม วิธีการที่กำหนดในแผน ฟื้นฟูสำเร็จ ศาลสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ คืนกิจการให้ผู้บริหารของลูกหนี้ แต่หากฟื้นฟูไม่สำเร็จ ศาลสั่งยกเลิกการฟื้นฟู หรือสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด
ลูกหนี้ที่มีสิทธิได้รับการฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้ที่เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชน จำกัด ม. 90/1 มิได้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ม.90/5(1) ยังคงมีสภาพนิติบุคคล มิได้เลิกนิติบุคคล ไปก่อน ม. 90/5 (2) สำหรับบุคคลที่มีสิทธิเป็นผู้ร้องขอหรือผู้ยื่นคำร้องขอให้ศาล มีคำสั่งฟื้นฟูกิจการ (ม.90/1) ม.90/2 และ ม.90/4 ลูกหนี้ ม.90/1, 90/4(2) เจ้าหนี้ เจ้าหนี้มีประกันหรือไม่มีประกัน ม.90/1, 90/4 (1) หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจกำกับดูแลกิจการของลูกหนี้ ม. 90/4 (3) ธนาคารแห่งประเทศไทย ม. 90/4 (4) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ม. 90/4 (5) กรรมการประกันภัย
หลักเกณฑ์ในการขอฟื้นฟูกิจการ มาตรา 90/3 กล่าวคือ ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ลูกหนี้เป็นหนี้ในจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท มีเหตุอันสมควร และช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ ของลูกหนี้ การทำคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ คำร้องขอต้องทำเป็นหนังสือ ใช้แบบพิมพ์ของศาล ป.วิ.พ. มาตรา 172 การบรรยายคำร้องขอต้องแสดงโดยชัดแจ้ง ม. 90/6 หลักเกณฑ์ในการขอฟื้นฟู ลูกหนี้มีทรัพย์สินล้นพ้นตัว ลูกหนี้เป็นหนี้ 10 ล้านบาท เหตุอันสมควรและช่องทาง ชื่อ คุณสมบัติผู้ทำแผนและหนังสือยินยอม รายชื่อ ที่อยู่ของเจ้าหนี้ กรณีเจ้าหนี้ร้องขอ กรณีลูกหนี้ร้องขอ
การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ มาตรา 90/7 ศาลที่มีอำนาจรับคำร้องขอ ได้แก่ ศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีล้มละลาย ศาลล้มละลายกลาง ต้องชำระค่าขึ้นศาล 1,000 บาท และ ต้องวางเงินประกันค่าใช้จ่าย 50,000 บาท สำหรับ การถอนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ มาตรา 90/8 ต้องให้ศาลอนุญาต ศาลจะอนุญาตได้เฉพาะกรณีศาลยังมิได้มีคำสั่ง ให้ฟื้นฟูกิจการ การสั่งจำหน่ายคดีกรณี ทิ้งฟ้อง ถอนฟ้อง ขาดนัดพิจารณาต้องโฆษณาหนังสือพิมพ์ อย่างน้อย 1 ฉบับล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เรื่องการตรวจคำร้องขอฟื้นฟูกิจการเมื่อมีการยื่นคำร้องขอต่อศาล ศาลตรวจคำร้องขอ ป.วิ.พ. มาตรา 18 รับ ไม่รับ ผลของคำสั่งรับคำร้องขอ ม.90/12 ซึ่งเป็นมาตรการในการคุ้มครองกิจการและ ทรัพย์สินของลูกหนี้ เพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูกิจการต่อไป
มาตราการในการคุ้มครองกิจการทรัพย์สินองลกหนี้ มาตรา90/12 ป้องกันลูกหนี้ก่อความเสียหาย ม. 90/12 (9) ห้ามลูกหนี้จำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สิน ห้ามนายทะเบียนเลิกนิติบุคคลป้องกันเจ้าหนี้ก่อความเสียหาย ม. 90/12 (1) ห้ามฟ้องเลิกนิติบุคคลของลูกหนี้ ห้ามฟ้องคดีแพ่ง คดีล้มละลาย ห้ามเจ้าหนี้บังคับคดี ห้ามเจ้าหนี้มีประกันบังคับหลักประกัน ห้ามเจ้าหนี้ที่บังคับชำระหนี้ได้เองตาม ก.ม. ห้ามการบังคับตามวิธีการชั่วคราวคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว ทั้งนี้เพื่อป้องกันหน่วยงานของรัฐสั่งถอนใบอนุญาตม. 90/12 (3) ป้องกันเจ้าของทรัพย์ที่ให้เช่าซื้อติดตามเอาทรัพย์คืน ม. 90/12 (8) ป้องกันผู้ให้บริการสาธารณูปโภค ม. 90/12 (11) และเป็นการให้ความคุ้มครองบุคคลที่ถูกห้าม ม. 90/13 มีสิทธิยื่นคำร้องให้ศาลสั่งคุ้มครองยกเลิกข้อจำกัดสิทธิ กรณี ไม่มีความจำเป็นต่อการฟื้นฟู
การไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ การนัดไต่สวน เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอแล้ว ให้ดำเนินการไต่สวนเป็นการด่วน กำหนดวันเวลานัดไต่สวน ม. 90/9 ส่งสำเนาแจ้ง เจ้าหนี้ ลูกหนี้ ก่อนวันนัดไม่น้อยกว่า 7 วัน และประกาศในหนังสือพิมพ์ฉบับที่แพร่หลายอย่างน้อย 1 ฉบับ ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ห่างกันไม่เกิน 7 วัน วิธีการไตร่สสวน ต้องไต่สวนเอาความจริง ม. 90/10 ไต่สวนติดต่อกันโดยไม่ต้องเลื่อน ม. 90/11 ข้อยกเว้น เมื่อมีเหตุสุดวิสัย นำพยานมาสืบไม่ได้ เลื่อนได้ครั้งเดียว คู่ความฝ่ายใดไม่มาศาลถือว่าทราบกระบวนการพิจารณา ถ้าไม่มีผู้คัดค้านคำร้องขอ ศาลงดการไต่สวนและสั่งให้ฟื้นฟูกิจการต่อไปได้ ม. 90/10 วรรค 2
การวินิจฉัยชี้ขาดคดีฟื้นฟูกิจการ มาตรา 90/10 กรณีที่ศาลจะมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการได้ ต้องเข้าหลักเกณฑ์ การไต่สวนได้ความจริงตาม ม. 90/3 ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
ลูกหนี้เป็นหนี้ในจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท มีเหตุอันสมควรและช่องทางฟื้นฟูได้ และผู้ร้องขอยื่นคำร้องขอโดยสุจริตถ้าไม่ได้ความจริงดังกล่าว ศาลสั่งยกคำร้องขอ
ผลของคำสั่งฟื้นฟูกิจการ อำนาจหน้าที่ในการจัดกิจการและทรัพย์สินของผู้บริหารของลูกหนี้สิ้นสุดลง ม. 90/20 วรรคแรก รวมทั้งสิทธิของ ผู้ถือหุ้น ม. 90/21 อำนาจหน้าที่ดังกล่าวตกอยู่แก่ผู้ทำแผน ม.90/25 ในกรณีที่ศาลตั้งผู้ทำแผนได้ ในกรณีศาลตั้งผู้ทำแผนไม่ได้ ศาลมีอำนาจตั้งผู้บริหาร ชั่วคราวให้มีอำนาจดังกล่าว ม. 90/20 แต่ถ้าศาลไม่ตั้ง ผู้บริหารชั่วคราว อำนาจดังกล่าวจะตกอยู่แก่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
2.กฎหมายล้มละลายของอเมริกา
กฎหมายล้มละลายของอเมริกามีเป้าหมายและหลักการ Fresh Start หมายถึง การกำหนดเป้าหมายล้มละลายไว้ไว้อย่างชัดเจนคือ การให้โอกาสลูกหนี้ได้ตั้งแต่ต้นใหม่
ป้องกันลูกหนี้จากเจ้าหนี้ที่ใช้วิธีการโดยไม่ชอบในการทวงหนี้ ป้องกันเจ้าหนี้จากลูกหนี้ที่นำทรัพย์สินไปถ่ายโอน หรือ ทำให้เสื่อมค่า ดำเนินการแบ่งชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ทุกคนอย่างยุติธรรม และ รวดเร็ว รักษาความสัมพันธ์ระหว่างลูกหนี้ และ เจ้าหนี้ ต่อไป
กระบวนการของมาตรา 11 (Chapter 11) กำหนดให้ลูกหนี้เป็นผู้บริหารกิจการต่อไป Debtor-in Possession ลูกหนี้ต้องเสนอแผนการบริหาร ในแผนนี้ลูกหนี้สามารถ เสนอขอลดเงินต้น หรือ ดอกเบี้ย หรือขายทรัพย์บางส่วน การเสนอยกเลิกสัญญา หรือ ข้อบังคับที่ไม่เป็นธรรม หรือExecutory Contracts แผนฟื้นฟูนั้น ศาลต้องเห็นชอบด้วย
กระบวนการของมาตรา 13 (Chapter 13) มาตรา 13 ใช้สำหรับบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวแต่ไม่เกิน 1 แสนเหรียญ หรือ 3 แสน 5 หมื่นเหรียญ ในกรณีที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป้าหมายของมาตรานี้ คือเปิดช่องให้ปัจเจกบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวได้มีโอกาสตั้งต้นชีวิตใหม่
บทที่ 5
บทสรุป เสนอแนะ
1.บทสรุป
ในส่วนของมาตรา 90/12 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย เมื่อได้ยื่นคำร้องของฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายดังกล่าวแล้ว หากศาลไม่รับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการก็ตกไป แต่หากศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการแล้ว ลูกหนี้จะได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ทันที ซึ่งก็คือ สภาวะการพักชำระหนี้ชั่วคราว หรือ ออโตเมติก สเตย์ เหตุนี้ เหตุที่มีหลักการนี้ก็เพื่อให้กิจการของลูกหนี้สามารถดำเนินกิจการต่อไปแต่ต้องอยู่ภายใต้กฏหมายฟื้นฟูกิจการซึ่งมาตรการดังกล่าว ส่งผลให้ลูกหนี้ไม่ต้องถูกบังคับให้ชำระหนี้ถูกบังคับจำนองทรัพย์สินถูกฟ้องร้องเป็นคดีแพ่ง อันเกี่ยวกับทรัพย์สินรวมถึงผู้ค้ำประกันด้วยและก็ห้ามลูกหนี้จำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินรวมทั้งก่อให้เกิดภาระแก่ทรัพย์สินของตนระหว่างฟื้นฟูกิจการด้วย มาตรการดังกล่าวเป็นการคุ้มครองสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อให้ลูกหนี้ดำเนินกิจการของตนเองได้โดยปราศจากเหตุรบกวนโดยมีกฏหมายห้ามดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับลูกหนี้ไว้หลายประการตามหลักออโตเมติก สเตย์ เช่น
1. ห้ามมิให้ฟ้องหรือร้องขอศาลพิพากษา หรือสั่งให้เลิกนิติบุคคลหรือเป็นลูกหนี้ ถ้ามีการฟ้องร้องหรือร้องขอคดีดังกล่าวแล้ว ให้งดการพิจารราคดีไว้ก่อน
2. ห้ามมิให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้เลิก หรือ จดทะเบียนเลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้และห้ามมิให้นิติบุคคลนั้นเลิกกันโดยประการอื่น
3. ห้ามมิให้ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 90/4 (6) แล้วแต่กรณีสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของลูกหนี้ หรือ สั่งให้ลูกหนี้หยุดประกอบกิจการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอ
4. ห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้หรือเสนอข้อพิพาทที่ลูกหนี้อาจต้องรับผิดหรือได้รับความเสียหายให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด ถ้ามูลแห่งหนี้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน และห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีล้มละลายในกรณีที่มีการฟ้องคดีหรือเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาดไว้ก่อนแล้ว ให้งดการพิจารณาไว้เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
5. ห้ามมิให้เจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ถ้ามูลแห่งหนี้ตามคำพิพากษานั้นเกิดก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน ในกรณีที่ดำเนินการบังคับคดีไว้ก่อนแล้ว ให้ศาลงดการบังคับคดีไว้ก่อนแล้ว เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นหรือการบังคับคดีได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทราบว่ามีการยื่นคำร้องขอหรือการบังคับคดีตามคำพิพากษาให้ลูกหนี้ส่งมอบทรัพย์เพราะเสร็จก่อนวันดังกล่าวนั้น ฯลฯ
ประโยชน์จากการฟื้นฟูกิจการ ฐานะทางการเงินของลูกหนี้จะมีสภาพคล่องมากยิ่งขึ้นลูกหนี้ได้รับประโยชน์จากการชำระหนี้ กิจการของลูกหนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้ไม่อาจถูกเจ้าหนี้ฟ้องร้องบังคับการกับทรัพย์สินที่ได้ในระหว่างฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้หลุดพ้นจากหนี้ตามแผนทั้งปวง เจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการจะได้รับการปฎิบัติเท่าเทียมกัน และปัญหาด้านแรงงานจะน้อยลงกว่าที่ลูกหนี้ล้มละลาย
ข้อดี ผลดีของสภาวะพักการชำระหนี้ก็คือ ลูกหนี้สามารถดำเนินการกิจการต่อไปได้โดยมีผู้ทำแผนหรือผู้บริหารแผนเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของบริษัท สิทธิและหน้าที่ของเจ้าหนี้และลูกหนี้ยังมีอยู่ ผู้ทำแผนจะเป็นใครก็ได้ซึ่งอาจเป็นบุคคลธรรมดานิติบุคคล หรือคณะบุคคลก็ได้ หากการฟื้นฟูกิจการสารถกระทำการได้สำเร็จ เจ้าก็จะได้รับการชำระนี้ ประคับประคองกิจการของลูกหนี้ให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปซึ่งจะส่งผลดีไปถึงพนักงาน ลูกจ้าง ของบริษัทลูกหนี้ที่ไม่ต้องตกงาน ในกรณีลูกหนี้เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับความไว้วางใจของประชาชน เช่น ธุระกิประกับชีวิต หรือ ประกันวินาศภัย หรือ ธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อธุรกิจอื่นหากต้องเลิกบริษัทจะส่งผลกระทบในวงกว้างและเกิดปัญหา ทางสังคม
ข้อเสีย สิทธิของเจ้าหนี้ถูกรบกน ขัดขวาง เพราะการหยุดชำระหนี้ชั่วคราวของกระบวนการฟื้นฟูกิจการ ตามมาตรา 90/12 ผลของการที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้เพื่อรับพิจารณาทำให้เกิดสภาวะพักการชำระหนี้ของเจ้าหนี้ (Automatic Stay) โดยที่ศาลยังไม่มีการไต่ส่วนว่าคำร้องขอดังกล่าวมีมูลหรือไม่ Automatic Stay จึงเกิดได้ง่ายเกินไป ลูกหนี้ที่มีเจตนาไม่สุจริต อาจถือโอกาสนความได้เปรียบจากผลของ Automatic Stay หยุดการชำระหนี้
2.เสนอแนะ
เมื่อมีการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้ควรมีการไต่ส่วนก่อนว่าคำร้องดังกล่าวมีมูลที่สมควรจะให้ลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการหรือไม่ โดยพิจารณาถึงความสามารถในการดำเนินกิจต่อไป หากพิจารณาได้ความว่าคำร้องดังกล่าวมีมูล ผลของการหยุดพักชำระหนี้ (Automatic Stay) ควรจะเกิดขึ้นนับจากที่ศาลไต่ส่วนแล้วว่าคดีมีมูล
กรณีที่เจ้าหนี้มีประกันอาจได้รับผลจาก Automatic Stay เพราะไม่อาจบังคับชำระหนี้ ทำให้หลักทรัพย์หรอหลักประกันอื่นเสื่อมสภาพลง ดังนั้นควรมีการบังคับคดีที่เร็ว คดีจบเร็วเพราะทุอย่างจะได้จบเร็วและมีการบังคับคดีที่มีความชัดเจน
บรรณานุกรม
หนังสือ
รองศาสตราจารย์ ดร.ภูมิ โชคเหมาะ อาจารย์ไกรสร บารมีอวยชัย อาจารย์ชีพ จุลมนต์.เอกสารประกอบคำบรรยาย กระบวนวิชากฎหมายล้มละลายเปรียบเทียบ
(LA 729) .หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต ภาคพิเศษ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
บทความ วารสาร
โกสินทร์ เตชะดิลก “ประโยชน์ของลูกหนี้จากการฟื้นฟูกิจการ ” [Online] ,AvailableURL ; http://www.dlo.co.th/node/102.
วิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ. กฎหมายฟื้นฟูกิจการ.
“ประวัติความเป็นมากองทุน” [Online],AvailableURL;http://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutionsDevelopmentFund/About_FIDF/Pages/History.aspx.
ศาลยุติธรรม. 2545. ข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542. [Online]. Available: URL : http://www.oja.go.th/rule.htm#top3.
เอกสารอื่น
อาจารย์ไกรสร บารมีอวยชัย .เอกสารถอดเทปประกอบคำบรรยาย กระบวนวิชากฎหมายล้มละลายเปรียบเทียบ (LA 729) หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต ภาคพิเศษ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
กฎหมาย
พระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓.
พระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๒.
[1] อาจารย์ไกรสร บารมีอวยชัย ,เอกสารถอดเทปประกอบคำบรรยาย กระบวนวิชากฎหมายล้มละลายเปรียบเทียบ (LA 729) ,หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต ภาคพิเศษ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง,วันที่ 15 สิงหาคม 2551.
[2] โกสินทร์ เตชะดิลก “ประโยชน์ของลูกหนี้จากการฟื้นฟูกิจการ ” [Online] ,AvailableURL ; http://www.dlo.co.th/node/102.
[3] รองศาสตราจารย์ ดร.ภูมิ โชคเหมาะ อาจารย์ไกรสร บารมีอวยชัย อาจารย์ชีพ จุลมนต์,เอกสารประกอบคำบรรยาย กระบวนวิชากฎหมายล้มละลายเปรียบเทียบ (LA 729) .หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต ภาคพิเศษ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง,หน้า36.
[4] รองศาสตราจารย์ ดร.ภูมิ โชคเหมาะ อาจารย์ไกรสร บารมีอวยชัย อาจารย์ชีพ จุลมนต์,อ้างแล้ว,หน้า51.
[5] รองศาสตราจารย์ ดร.ภูมิ โชคเหมาะ อาจารย์ไกรสร บารมีอวยชัย อาจารย์ชีพ จุลมนต์,อ้างแล้ว,หน้า1-31.
[6] วิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ, กฎหมายฟื้นฟูกิจการ,หน้า 13.
[7] “ประวัติความเป็นมากองทุน” [Online],AvailableURL;http://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutionsDevelopmentFund/About_FIDF/Pages/History.aspx.
[8] ศาลยุติธรรม. 2545. ข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542. [Online]. Available: URL : http://www.oja.go.th/rule.htm#top3.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น