วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2551

อาจารย์กับนักศึกษา ความสัมพันธ์ควรเป็นเช่นไร

ช่วงนี้รู็สึกว่ามีข่าวไม่ค่อยดีเกี่ยวกับสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะข่าวในเชิงชู้สาวของสถาบันอุดมศึกษา ก็อย่างว่าแหละ คนในวัยนี้มันกำลังกินกำลังนอน กำลัง ... ว่าไปแล้วข่าวทำนองนี้มันสะท้อนอะไรบางอย่าง

เอ๊ะ อาจารย์กับลูกศิษย์ในปัจจุบันมันไม่ได้มีความสัมพันธ์ในเชิงแนวตั้ง คือ ความเคารพยำเกรงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว อย่างน้อย ๆ คำว่าอาจารย์ มันก็น่าจะทำให้รู้สึกถึงความสูงส่งในศีลธรรมและจริยธรรมบ้าง ความเป็นลูกศิษย์ ก็คือ ผู้นำเอาความรู้ของอาจารย์มาประพฤติปฏิบัติตามเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม แต่ความสัมพันธ์ปัจจุบันมันกลายเป็นอาจารย์ คือ บุคคลที่หาเลี้ยงชีพด้วยการสอนและมีการหาประโยชน์จากนักศึกษาซึ่งถือว่าเป็นลูกค้าในทุกรูปแบบ นักศึกษาคือลูกค้าที่ต้องใช้บริการกับผู้สอนและต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการ นั่นอาจหมายถึงเกรดหรือใบประกาศมากกว่า ความรู้

อ้าวแล้วอย่างนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น

เราคงต้องยอมรับว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น และสังคมเรากำลังเดินทางไปทางนี้ รูปแบบความสัมพันธ์มันเปลี่ยนไปตามแบบสังคมวัตถุนิยมมากขึ้น จนโครงสร้างสังคมแบบเดิมมันเปลี่ยนไป อาจารย์หาผลประโยชน์ และลูกศิษย์ก็แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ สังคมจะได้รับอะไรแทบไม่อยากคิดเลย กรณีของอาจารย์นกเขาเป็นเรื่องที่โผล่ขึ้นมาเหนือนำ้ แต่มันก็สะท้อนถึงภาพรวมของสังคมว่าความสัมพันธ์มันเป็นอย่างนี้ เราไม่ปฏิเสธว่านอกจากนี้ยังมีกรณีอื่น ๆ อีกเยอะระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ที่มันไม่เป็นข่าว เพราะเหยื่ออาจไม่กล้าโวยวาย หรือเพราะผลประโยชน์มันลงตัวกัน หรืออีกหลาย ๆ เหตุผลที่ทำให้ไม่เป็นข่าว แต่นี้คือสิ่งที่เกิด่ขขึ้นในสังคมการศึกษา

แล้วทำอย่างไร
ยังไม่มีสูตรสำเร็จว่าต้องทำอย่างไร แต่แน่นอนคือ เหยื่อต้องได้รับการดูแลและปกป้องที่จะออกมาแฉกระชากหน้ากากคนบาปในคราบนักบุญ ผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นเหยื่อต้องได้รับการดูแลให้อยู่อย่างปลอดภัยและมีความสุข การสร้างกฏระเบียบป้องกันเรื่องนี้ควรชัดเจนและได้รับการปฏิบัติตาม การปกป้องผู้ประพฤติผิดวินัยต่อเรื่องนี้ถือเป็นความเลวร้ายที่สุด เชื่อว่าการหาองค์กรกลางที่เข้าไปตรวจสอบเรื่องแบบนี้ในสถาบันการศึกษาเป็นเรื่องที่ดี แม้จะไม่มีอำนาจแต่ก็สร้างความขยาดให้กับฆาตกรในคราบนักบูญได้พอสมควร ปัญหาที่เกิดตามหน้าหนังสือพิมพ์นั่นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของก้อนนำแข็งที่ลอยเหนือนำ้ ยังมีเรื่องอีกเยอะที่อยูใต้ผืนนำ้

เอาแค่นี้ก่อน

กฤศดา ธีราทิตยกุล

วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2551

เชียงใหม่มหัศจรรย์

ไปเที่ยวเชียงใหม่คราวนี้มีมหัศจรรย์สามอย่าง
๑ ผู้หญิงสาวสวยเข้าวัดยามวิกาลได้ โดยไม่ต้องกลัวพระตบะแตก





๒ กินข้าวเย็นในวัดสบาย ร้านอาหารก็เต็มไปหมด



๓ สามารถปีนกำแพงประตูท่าแพได้โดยไม่ต้องมีตำรวจมาไล่และไม่ต้องสนใจกับวัฒนธรรมคนเมือง


ด้วยอำนาจของการท่องเที่ยวและทุนนิยม

แวะคลายร้อนก่อนเข้าเชียงใหม่กับร้านกาแฟ



บนเส้นทางเชียงราย เชียงใหม่ หลักกิโลเมตรที่ ๕๐ โดยประมาณ มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ น่าสนใจร้านหนึง ชื่อ ใบชา ป่าเมี่ยง ตวามน่าสนใจของร้านคือ บรรยากาศที่ผ่อนคลาย มีงานศิลป์ทั้งจากตัวอาคาร ภาพถ่าย และงานไม้แกะสลักต่าง ๆ ให้ดูเพลินตาดี จริง ๆ แล้วตั้งใจจะแวะเข้าห้องนำ้แต่เพราะความสวยงามของร้านและบรรยากาศที่ผ่อนคลายทำให้ติดใจนั่งดื่มกาแฟและถ่ายรูปอยู่เป็นร่วมชั่วโมง ที่สำคัญมีสัญญาณอินเตอร์เน็ตเหมาะสำหรับนั่งทำงานกับเครื่องแล๊ปท๊อปตัวเองเป็นอย่างดี หลังร้านมีที่นั่งติดลำธารเล็กในหน้าแล้งมีนำ้ไหลอยู่เอ่ือย ๆ แบบนี้ก็ทำให้เย็นชื่นใจ ใครเดินทางมาเชียงใหม่หรือเชียงราย ผ่านก็ลองแวะดูนะแล้วจะติดใจ

ขอแนะนำ
กฤศดา ธีราทิตยกุล

วันศุกร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2551