เรื่องชีวิตกับความรักของข้าพเจ้า
อาทิตยา ธีราทิตยกุล
บนโลกนี้ประกอบด้วยหลายสิ่งหลายอย่างมีทั้งสิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ชีวิตหลายๆชีวิตแตกต่างกันที่อาศัยอยู่บนโลกนี้กล่าวคือ มนุษย์ สัตว์ ต้นไม้หรือพืชหรือสิ่งมีชีวิตที่เป็นพืช ในทางตรงกันข้าบนโลกนี้ก็มีสิ่งที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตอยูบนโลกเช่นกันเพื่อเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคสำหรับสิ่งมีชีวิตในการอำนวยความสะดวกสบายอาทิเช่นปัจจัยสี่ เป็นที่พักอาศัย เป็นเครื่องนุ่งห่มเป็นอาหาร เป็นยารักษาโลก เป็นต้น
ในความแตกต่างกันนั้นมีความจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน สำหรับสิ่งมีชีวิตประเภทมนุษย์ถือได้ว่าเป็นสัตว์ประเภทเลี้ยงลูกด้วยนมจึงมีเลือดอุ่น จึงแปลกกับสำหรับคำพูดที่เปรียบเทียบว่ามนุษย์เป็นสัตว์เลือดเย็น มนุษย์มีความแตกต่างทางในเรื่องเพศ เชื้อชาติ ศาสนา ประเทศที่อยู่อาศัย อายุ วุฒิภาวะ การศึกษา สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ การเลี้ยงดู ลักษณะ ของมนุษย์จึงแตกต่างกัน บ้างเข้มแข็ง บ้างไม่เข้มแข็ง บ้างแข็งแกร่งหรือจนอาจถึงก้าวร้าว บ้างอ่อนหวานหรืออาจถึงอ่อนแอ อีฉะนั้นมนุษย์จึงมีทั้งดีและชั่วรวมอยู่ด้วยกัน ในการพึ่งพาอาศัยกันนั้นมนุษย์ ที่แข็งแรงและ เหนือกว่ามนุษย์ที่อ่อนแอกว่าหรือด้อย ดังนั้นจึงย่อมเป็นที่พึ่งพาอาศัย
ข้าพเจ้าจัดได้ว่าเป็นหนึ่งของจำพวกสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตอย่างเช่นข้าพเจ้าเกิดมาในครอบครัวที่อาศัยอยู่หมู่บ้านเล็กกลางชนบทที่คนในเมืองหลวงเรียกว่าบ้านหลังเขา
ความรักในครอบครัวได้เกิดขึ้นตั้งแต่ข้าพเจ้ายังไม่ได้ลืมตาดูโลกนี้เพราะพ่อแม่ได้มอบความรักให้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนคลอดเลี้ยงดูจนมาถึงวันนี้ คุณแม่เป็นคนแรกที่ข้าพเจ้าลืมตาเห็นเป็นคนแรก เมตาให้นมดื่มเป็นคนแรกด้วยความรักลูก ตอนเล็กๆท่านคอยดูแลข้าพเจ้าไม่เคยห่าง จิตใจของท่านจดจ่ออยู่ที่ข้าพเจ้าแม้แต่มด ยุ่ง แมลงอื่นๆ ไม่ให้ใกล้ ยามหิ้วก็หาอาหารมาให้กิน ยามร้อนก็คอยดูแล ท่านเป็นทุกอย่างสำหรับข้าพเจ้าถึงแม้ข้าพเจ้าจะจำความไม่ได้มากนะแต่ข้าพเจ้าสามารถสัมผัสได้ด้วยความรู้สึก คุณพ่อเป็นผู้ที่ให้ตัวแก่ข้าพเจ้าเป็นผู้มีความแข็งแกร่งคอยปกป้องอันตรายจากภายนอก คุณพ่อมอบความรักให้กับข้าพเจ้าแบบฉบับพ่อ พ่อสอนให้เป็นคนมีความเข้มแข็ง รู้จักป้องกันตัว สอนให้รู้จักคิด ตัดสินใจ ยอมรับในความความเป็นจริงและมีความรับผิดชอบ ในสายตาของบุคคลภายนอกไม่ว่าข้าพเจ้าจะผิดหรือถูกพ่อจะปกป้องข้าพเจ้าแล้วมาสอบสวนความจริงอีกที่เป็นการปกป้องข้าพเจ้าจากคนอื่น ความรักของพ่อและแม่เป็นความรักที่ไม่สามารถแสวงหาได้จากที่ใดเพราะจะมีใครสักคนที่อดทนทุกเวลาพร้อมยอมเหนื่อยล้าเพื่อข้าพเจ้าโดยไม่เกรงกลัว และพร้อมยอมรับความเจ็บไว้เองคิดถึงตัวเอาไม่เท่ากับที่ข้าพเจ้าคิดถึงตัวข้าพเจ้าเอง ตอนที่ท่านตีข้าพเจ้าก็ตีด้วยน้ำตาแล้วเป็นคนทายาให้ข้าพเจ้า ท่านเป็นคนที่คอยเช็ดตัวให้ทุเลาในค่ำคืนที่ไม่สบาย ร้อยล้านความผิดของข้าพเจ้าที่ใครเขาไม่ใยดีมีเพียงท่านที่ให้อภัย ปากบ่นว่าแสนละอายว่าเราไม่ดีเท่าใครแต่ในใจก็รักไม่เปลี่ยน ท่านเป็นคนที่ห่วงเราทุกนาทีแม้เราวันนี้เติบโตสักเท่าไร อยากขอบคุณฟ้าให้มาเป็นลูกท่าน รักที่ดีรักไม่มีคำว่าแต่ไม่เคยได้รับจากใครมีเพียงท่านชีวิตก็ว่างให้ได้ คำเล็กที่ไม่ยิ่งใหญ่อยากบอกจากหัวใจว่าข้าพเจ้ารักพ่อรักแม่
ข้าพเจ้าเป็นลูกคนเดี่ยวถึง 14 ปี แล้วแม่ก็มีน้องชายให้ข้าพเจ้าคนหนึ่ง ข้าพเจ้าได้เลี้ยงน้องชายคนนี้ตั้งแต่น้องชายอยู่ในครรภ์ และเมื่อคลอดข้าพเจ้าก็ดูแลแม่และน้องเป็นความรู้สึกที่ดีและมีความสุขมาก ข้าพเจ้าช่วยแม่เลี้ยงน้องจึงได้รู้ว่าการเลี้ยงเด็กเป็นอะไรที่เหนื่อยมากแต่ที่ทำได้เพราะความรัก ความรักที่ข้าพเจ้ามีต่อน้องเป็นความรักที่เราเฝ้าดูแลเลี้ยงดูปกป้องจากอันตราย หากวันใดที่ขาดน้องชายไปก็เหมือนกับมีมีดมาบาดใจหัวใจ
แม่เล่าให้ฟังว่า พอข้าพเจ้าโตพอที่จะเข้าโรงเรียนได้แม่ได้พาข้าพเจ้าไปฝากโรงเรียนเป็นโรงเรียนที่รับเรียนเด็กเล็กเป็นโครงการของอนามัยหมู่บ้านเปิดหรือในปัจจุบันเรียกว่าเนอร์เชอรี่ครูที่สอนก็ไม่ใช่ครูจบจากมหาวิทยาลัยเพียงแต่มีใจเมตตารักเด็กรักการดูแลเด็ก และเข้าเรียนชั้นอนุบาลจนจบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนแถวบ้าน ในสมัยเรียนในชั้นประถมศึกษาข้าพเจ้ามีความรักที่มอบให้กับทุกคน และได้รับความรักจากทุกคนที่แตกต่างกัน สมัยนั้นเป็นชีวิตที่มีความสุขมากไม่ต้องคิดเรื่องอะไรมีเพียงหน้าที่ไปเรียน ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าได้ยินคำว่าตอนนี้อยากทำอะไรก็ทำไม่ต้องคิดมาก ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ข้าพเจ้ามีความรักกับเพื่อนหญิงเพื่อนชายเท่ากันทั้งสองฝ่าย เมื่ออยู่ใกล้ผู้ชายก็ไม่มีความรู้สึกทางใจแต่อย่างใด เวลามีเพื่อนบอกว่าชอบ บอกว่ารัก ก็รู้สึกธรรมดา ข้าพเจ้าศรัทธาในความยุติธรรมตั้งแต่เด็กและความรับผิดชอบ ความรักจากครูที่คอยสอนคอยดูแลตั้งแต่เข้าชั้นเรียนจนส่งข้ามถนนกลับบ้านเป็นแบบนี้ทุกวันจึงรู้สึกว่าโรงเรียนเป็นบ้านที่สอง เมื่อโรงเรียนปิดเทอมนานก็อยากไปโรงเรียนอยากเรียนหนังสือ อยากเจอเพื่อนที่โรงเรียน เพื่อนตอนนั้นจะมีผู้ที่เป็นหัวโจกเพราะเป็นคนเรียนเก่งเป็นคนโปรดครูจึงเป็นที่รักของทุกคนและใครที่เป็นเพื่อนใกล้ชิดหัวโจกก็จะไม่ถูกจองมองหรือถูกแกล้งนั่นเองเหมือนเป็นความรักที่ให้ความเคารพต่อผู้นำ คนที่ไม่เกรงในอำนาจก็จะถูกสังคมรังเกียจ หรือคนที่ไม่มีปากมีเสียงเรื่องก็จะอีกเรื่องหนึ่ง ความรักแด่คุณครูเป็นความรักอย่างใกล้ชิดกันเพราะเราทำกิจกรรมห้องสมุดประกวดเพื่อชิงถ้วยรางวัลจากพระราชทานพระเทพรัตนราชสุดา ความรักของข้าพเจ้าต่อเพื่อนเป็นความรักที่มีความเกรงใจต่อผู้ที่มีอิทธิพล ผู้เรียนเก่งย่อมมีอำนาจมากกว่าผู้ที่เรียนไม่เก่ง ข้าพเจ้าเรียนปานกลางและอยู่อย่างปานกลางแต่ข้าพเจ้ามีบุคลิกที่เวลามีปัญหาหรือข้าพเจ้ารับรู้ความรู้สึกของผู้อื่นจากใจหน้าที่ปกติข้าพเจ้าจะเงียบขรึมเพื่อใช้สติจนครูมักถามข้าพเจ้าว่าเป็นอะไรหรือเปล่า และการเงียบสามารถทำให้สถานการณ์ที่ไม่สามารถหาทางออกได้ เพราะข้าพเจ้าไม่ปรารถนาความวุ่นวาย จนบ้างงครั้งหาคนผิดไม่ได้ข้าพเจ้ายอมรับผิดเพื่อให้เรื่องจบ
ภายหลังจบการศึกษาจากโรงเรียนเดิมแล้วจึงสอบเข้าเรียนต่อในโรงเรียนมัธยมประจำตำบลแถวบ้านเมื่อเรียนจบมัธยมต้นข้าพเจ้าพบเพื่อนใหม่ และครูใหม่ การเรียนก็เป็นการเดินเรียนกับอาจารย์แต่ละคน ความรักของข้าพเจ้ากับอาจารย์ก็ห่างมากว่าตอนที่ข้าพเจ้าเรียนอยู่ที่โรงเรียนเดิม เพื่อนใหม่ของข้าพเจ้าและเพื่อนเก่าของข้าพเจ้าก็มีอยู่เช่นเดียวกัน ข้าพเจ้าสอบได้ห้องเดียวกับเพื่อนที่เป็นหัวโจกห้อง แต่ด้วยความที่โตขึ้นจึงไม่มีการใส่ใจในเรื่องนี้มากนัก แต่เป็นเรื่องที่เพื่อนรักกันและมีจุดยื่นเป็นของตนเอง ข้าพเจ้ามีจุดยื่นเป็นของตนเอง ข้าพเจ้ามีความรู้สึกทางใจกับเพศตรงข้ามเริ่มมองรุ่นพี่ที่เขาเป็นคนเรียนเก่ง เป็นนักกีฬา แต่ไม่กล้าคุยแอบมอง เมื่อเรียนจบแล้วก็ได้สอบเข้าเรียนในโรงเรียนเดิมของข้าพเจ้าในสายวิทยาสาสตร์และคณิตศาสตร์ ตอนนั้นเหมือนข้าพเจ้าเป็นเด็กจึงคิดว่าเมื่อเรียนสายนี้แล้วสามารถย้ายไปเรียนสายต่ำกว่าได้ แต่เรื่องไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย หากมีโอกาสเลือกที่จะกลับไปเปลี่ยนแปลงได้ ข้าพเจ้าอยากเลือกเรียนสายสังคมศึกษาและภาษาไทยเพราะจะส่งผลดีถึงตอนที่ข้าพเจ้าเรียนมหาวิทยาลัย เพราะตอนนั้นข้าพเจ้าไม่ได้คิดว่าเราจะเรียนต่ออะไร อยากเป็นอะไร แต่เลือกเรียนตามเพื่อนเพราะหากเลือกเรียนสายอื่นจะไม่มีเพื่อนข้าพเจ้าติดเพื่อนมาก ความรักก็เช่นเดียวกันเมื่อเพื่อนมีความรักมีแฟน
ข้าพเจ้ามีแฟนตามเพื่อนแล้วข้าพเจ้าก็มีแฟนตามภาษาเด็กมัธยมปลาย ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งสำคัญนะเพราะที่ข้าพเจ้าตกลงเป็นแฟนกับรุ่นพี่คนนั้นเพราะข้าพเจ้าคิดว่าการมีแฟนเป็นรุ่นพี่จะสามารถดูแลปกเราได้ ในเรื่องการเรียนเนื่องจากเราเรียนสายเดียวกันพี่ก็สามารถสอนเราได้ รุ่นพี่คนนี้เป็นคนที่อารมณ์ดี เป็นนักดนตรี เป็นนักกีฬาโรงเรียน เป็นที่รักของครูและเพื่อนๆน้องๆที่โรงเรียน การมีแฟนของข้าพเจ้าเป็นเหมือนเพื่อให้ทันสมัย และสุดท้ายรุ่นพี่ก็เข้ามหาวิทยาลัย ข้าพเจ้าก็รู้สึกเหมือนเพื่อนหายไปคนหนึ่งแต่ก็อยู่ได้เพราะมีเพื่อนคนอื่น เพื่อนรุ่นเดียวกันก็ขอเป็นแฟนนะแต่ข้าพเจ้าไม่มีความรู้สึกกับเพื่อนจึงเป็นเพียงเพื่อนกัน ตอนนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกัน
เมื่อข้าพเจ้าเรียนจบมัธยมตอนปลายแล้วช่วงเวลาที่เตรียมตัวเรียนมหาวิทยาลัย ข้าพเจ้ามีโอกาสสอบได้นักเรียนดีจึงได้โคตาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย ความรักในมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย ในเอกการวิชานิติศาสตร์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยใกล้บ้านของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเรียนด้วยความกลัวเพราะตัวเองไม่ได้เรียนสายสังคมมาและเพื่อนที่เรียนส่วนมากจบสายสังคมมีความรู้เรื่องวิชาสังคมมากกว่าจึงต้อตั้งใจเรียนเป็นสองเท่าข้าพเจ้าไม่มีเพื่อนเข้ามาเรียนที่นี้เลยข้าพเจ้าที่ติดเพื่อนจึงกลัวการไม่มีเพื่อน ข้าพเจ้าเรียนกับเพื่อนกลุ่มใหญ่และเพื่อนกลุ่มใหญ่ก็ค่อยๆแตกกันไปเหลือเพียง 5 คนที่สนิทกันจริงๆ ข้าพเจ้ามีเพื่อนๆพี่ๆมาจีบเยอะมากทุกครั้งของการไปเรียนจะต้องมีคนมองทุกวัน แต่ด้วยความที่ทุกคนคิดว่าข้าพเจ้าเป็นคนหยิ่งก็เลยไม่ค่อยคุยแต่มองมากกว่า เมื่อเวลาผ่านไปปีสองความเป็นเพื่อนก็สนิทมากขึ้นจากที่เคยชอบก็กลายเป็นเพื่อนกัน และอาจารย์ประจำโปรแกรมก็สนิทกันเป็นการส่วนตัวแต่เพื่อนในห้องไม่มีใครรู้เพราะจะไม่ค่อยได้คุยกันเพียงแต่จะเป็นการประสานงาน การช่วยงานอาจารย์มากกว่า ข้าพเจ้าประทับใจในแนวการสอนของอาจารย์ บุคลิกท่าทางของอาจารย์ในการสอน เมื่อข้าพเจ้าเรียนจบแล้วข้าพเจ้าได้รับโอการไปฝึกประสบการณ์ที่สำนักงานอัยการจังหวัดเพื่อเรียนรู้กระบวนการทำงานของ อัยการ ศาล พนักงานสอบสวน ราชฑัณ ระหว่างนั้นข้าพเจ้าได้รับความเมตาในการสอนการเรียนรู้การทำงานของอัยการกับส่วนอื่นในกระบวนการยุติธรรม สอนให้เรียนรู้การแยกแยะงานกับเรื่องส่วนตัว
ในปีเดียวกันทางมหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาเชียงรายประกาศรับสมัครสอบนักศึกษาปริญญาโทและโอกาสเหมาะที่ทางบ้านเปิดสนับสนุนให้เรียนต่อ และเป็นไปตามความประสงค์ที่ข้าพเจ้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีได้เพียงแค่คิดยังไม่กล้าในสมัยเด็กมัธยม แล้วข้าพเจ้าผ่านการสอบจากอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิปัจจุบันข้าพเจ้าเป็นนักศึกษาปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ รู้สึกดีใจและภูมิใจในการเรียนกับท่านอาจารย์หลายท่าน จากการศึกษากับท่านอาจารย์มาแล้วหลายๆวิชา ข้าพเจ้ารู้ว่าการเป็นผู้ถ่ายทอดเป็นผู้ศึกษาความรู้มาอย่างดี เพื่อนเพื่อนำมาถ่ายทอดทั้งศิลปะวิชาความรู้ คูณธรรมจริยธรรมแก่ลูกศิษย์ ความรักในมหาวิทยาลัยรามคำแหงมีลักษณะเป็นความรักที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เพราะส่วนมากเป็นผู้บริหารมาเรียนกัน สำหรับข้าพเจ้าเป็นเด็กจบใหม่การเรียนจึงต้องปรับกระบวนการเพื่อให้ประมวลผลมาเป็นการแยกแยะ การบูรณาการนำมาใช้ ตามหลักการวิชาการ เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง ผู้อื่น ชุมชนสังคม และประโยชน์สุขของมหาชนประเทศชาติ
จากการที่ข้าพเจ้ามีชีวิตในอดีตที่ผ่านมาจากครอบครัวในหมู่บ้านจะเห็นได้ว่าตั้งแต่ข้าพเจ้าเกิดมาจนโตเพราะข้าพเจ้าได้รับการปลูกฝั่งความคิดมาจากแม่ให้เรียนที่ใกล้บ้านเพราะเนื่องจากว่าด้วยความรักของแม่ที่ต่อข้าพเจ้าไม่อยากให้ข้าพเจ้าไปไกลจากแม่ ความรักจากชุมชนสังคมจึงเป็นสาเหตุที่ข้าพเจ้าทำประโยชน์ให้กับหมู่บ้านและตำบลของข้าพเจ้าในฐานะของเยาวชนแลตำแหน่งประธานเยาวชนหมู่บ้าน ที่รวมตัวกันใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อันได้แก่การศึกษาหาความรู้ การให้ความรู้เรื่องต่างๆ อาทิ เรื่องโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เรื่องยาเสพติด อีกทั้งมีการเดินรณรงค์และจัดบอดร์นิทัศการณ์ การจัดงานการประชุมวิชาการแบบบูรณาการให้ความรู้ นอกจากกระบวนการเกิดความรู้แล้ว ยังเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเพราะกลุ่มเยาวชน กับผู้ใหญ่และเป็นการลดช่องว่างระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่
ปัจจุบันข้าพเจ้ามีความรักที่เป็นความรักที่สมบูรณ์แบบซึ่งความรักครั้งนี้เป็นความรักพร้อมการเรียนรู้ชีวิตคู่ระหว่าคนสองคน จะต้องมีความรับผิดชอบซึ่งกับและกันและมีความเคารพให้เกียรติต่อกัน ไม่ใช่ความใคร่เท่านั้นแต่เป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกัน เรียนรู้ถึงความผิดพลาดที่ผ่านมาในชีวิตหรือยอมรับกับชีวิตที่ผ่านมา การรู้จักยืดหยุ่น การให้อภัย ตลอดจนการยอมรับฟังความคิดเห็น
ดังนั้นจากที่ผ่านมาข้าพเจ้าได้รับความรักในหลานรูปแบบที่มีความแตกต่าง ตามกาลเวลา ตามพัฒนาการความคิด และความโอกาลที่ได้รับ ข้าพเจ้าจึงอยากจะกระทำสิ่งที่เป็นการนำสิ่งที่ได้รับมานั้น โดยนำส่วนของความรู้สึกที่ดีเพื่อเป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป และนำความทรงจำมาบูรณาการในการดำรงชีวิตต่อไปในการปฎิบัติตน ในการวางตัวในสังคม โดยสำนึกในบุญคุณของพ่อแม่ บุญคุณสังคมชุมชน บุญคุณแผ่นดิน บุญคุณประชาชน เพราะเนื่องข้าพเจ้าได้รับโอกาสตั้งแต่อดีตจนมาถึง ณ วันนี้ เพื่อสังคมชุมชน และประโยชน์สุขของมหาชนชาวไทย
วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น